หมาไม่แดก

posted on 16 Jul 2006 11:28 by kimja in shortstory

หมาไม่แดก

1.

วันนี้เป็นวันแรกที่อาเฮงทำงานในร้านไห่อี้

ร้านไห่อี้เป็นร้านอาหารตามสั่งร้านเดียวในซอยมารวยที่เปิดตั้งแต่เช้ายันดึก บรรดาแมวราตรีทั้งหลายมักอาศัยที่แห่งนี้เป็นแหล่งอาหารยามค่ำคืนเป็นประจำ เพราะราคาถูก รสชาติดี มีป้ายประกันความสะอาด ถูกต้องตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขทุกประการ

เจ้าของร้านก็ไม่ใช่ใครที่ไหนคือเตี่ยของอาเฮงเอง ที่สร้างชื่อสะท้านซอยมาตั้งแต่สมัยยังหนุ่มฉกรรจ์ จนคู่แข่งหลายรายต้องปิดตัวเองไปเพราะต้านทานความแรงของร้านไห่อี้ไม่ไหว

แต่ไม่มีใครในโลกอยู่ค้ำฟ้า เวลาผ่านไปหลายสิบปีร่างกายเตี่ยเริ่มเสื่อมโทรมลงไป จนกระทั่งวันหนึ่งเตี่ยโยนผัดผักบุ้งไฟแดงขึ้นฟ้าแล้วพลาดท่า ก็รู้ตัวว่าถึงเวลาล้างมือจากวงการแล้ว

เมื่อยังไร้ผู้สืบทอด ร้านไห่อี้จึงต้องปิดตัวไปตามระเบียบ

พอไม่มีร้านไห่อี้ บรรดาแมวราตรีก็เหมือนไร้ที่พึ่งพิง เกิดอาการหิวโหยร้องโอดโอยทุรนทุราย ขอให้เตี่ยกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง

โชคยังดี เสียงโหยหวนที่ว่าดังไปถึงหูเตี่ย

ด้วยความเป็นห่วงปากท้องลูกค้าของเตี่ย เดี๋ยวไม่มีอะไรกินจะเป็นโรคกระเพาะกัน จึงเรียกลูกชายสุดที่รักไปสั่งเสียว่าถึงเวลาที่อาเฮงจะต้องดูแลร้านไห่อี้แล้ว

โป๊ก! อาเฮงโดนเตี่ยเขกหัวหนึ่งที สั่งอย่างเดียวยังไม่เสีย ไอ้ลูกไม่รักดี ริอาจแช่งเตี่ย

แต่อั๊วทำกับข้าวไม่เป็นนาเตี่ย อาเฮงรีบแย้ง

โป๊ก! โดนเข้าไปอีกเขก คราวนี้ดังกว่าเดิม เวลาเตี่ยสั่งฟังอย่างเดียว ห้ามเถียง

ลื้อไม่เป็นก็หัดซีวะ ไม่หัดแล้วเมื่อไหร่จะเป็น หรือจะให้อั๊วเลี้ยงไปตลอด ถ้าอั๊วตายไปจะทำยังไง หัดคิดซะบ้างซี อีกอย่างถ้าร้านเราไม่เปิด ลื้อคิดดูว่าชาวบ้านเค้าจะกินอะไรกันตอนกลางคืน ลื้อไม่คิดเหรอ ถ้าพวกเค้าไม่มาอุดหนุนร้านเรา ลื้อกะอั๊วก็คงไม่อยู่มาถึงป่านนี้แล้ว

ไม่มีร้านเราเค้าก็หากินเองได้น่า โตๆ กันแล้ว

อาเฮงคิดจะเถียงอีก แต่เกรงใจ กลัวเตี่ยเจ็บมือ

จากนั้นเตี่ยก็เริ่มวิชาประวัติศาสตร์เล่าถึงความลำบากของบรรพบุรุษ ต่อด้วยวิชาการตลาดเรื่องความต้องการของผู้บริโภค ปิดท้ายด้วยวิชาจริยธรรมว่าด้วยความกตัญญูและการเป็นบุตรที่ดี ยังไม่นับรวมถึงการสอดแทรกวิชาภาษาจีนเป็นระยะๆ ด้วยการพ่นคำด่ามาบ้างเล็กน้อยถึงปานกลาง

พอสอนจบ เตี่ยก็สั่งให้อาเฮงเอาทั้งหมดกลับไปคิดเป็นการบ้านพร้อมส่งในวันพรุ่งนี้เช้า ถ้าได้คำตอบเป็นที่พอใจก็จะยอมรับอาเฮงเป็นศิษย์ และจะถ่ายทอดวิชาทำอาหารที่สะสมมาครึ่งชีวิตให้

อั๊วยังไม่พร้อมนาเตี่ย อย่าเพิ่งได้ป่าว

นั่นคือคำตอบของอาเฮงในวันต่อมา

เตี่ยขมวดคิ้ว คำตอบผิด ต้องโดนลงโทษ คุกเข่าลงไป สอนเนื้อหาเมื่อวานอีกรอบ แล้วให้โอกาสอาเฮงไปแก้การบ้านมาใหม่

ครั้งนี้เตี่ยยื่นคำขาดว่าถ้าอาเฮงยังตอบไม่ถูก แสดงว่าปัญญาไม่ถึงขั้น เตี่ยก็จะไม่รับอาเฮงเป็นศิษย์และให้อาเฮงคุกเข่าอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิต (แล้วเตี่ยลำบากตรงไหน)

ตกลง อั๊วจะลองทำดูก็ได้ อาเฮงจำใจยอมตอบคำตอบที่ถูกต้องออกมาในที่สุด

คราวนี้เตี่ยยิ้ม ยื่นคัมภีร์มาให้เล่มหนึ่ง

อาเฮงมองหน้าเตี่ย น้ำตาไหล จากนี้ไปต้องเก็บตัวฝึกวิชากับเตี่ยอีก 1 ปี

..................................................................................................................................................................

2.

เฮียเอาคะน้าหมูกรอบราดข้าวที่หนึ่ง เสียงตี๋น้อยลูกโรงน้ำปลาปลุกอาเฮงกลับมาจากอดีต

อาเฮงรับคำ ก้มหน้าก้มตาทำอาหารให้ลูกค้ารายแรกในชีวิตสุดฝีมือ

ไม่ถึงอึดใจ จานข้าวคะน้าหมูกรอบก็วางอยู่ตรงหน้าตี๋น้อย

ขณะที่ตี๋น้อยกำลังจะตักข้าวใส่ปาก พลันเหลือบสายตาไปเห็นอาเฮง

อาเฮงกำลังลอบมองตี๋น้อยอยู่

ตี๋น้อยคงแปลกใจ มามองทำไม จึงเอ่ยปากถาม

มีอะไรหรือเปล่า เฮีย

เปล่า แค่อยากรู้ว่ารสชาติเป็นไงบ้าง อาเฮงตอบ

อืม พอใช้ได้ ไม่เลวร้ายหรอกน่าเฮีย เพิ่งเปิดร้านใหม่ๆ ทำได้แค่นี้ก็โอเคแล้ว

นับว่าอย่างน้อยสวรรค์ยังมีตา ฟ้ายังมีใจ ให้ลูกค้ารายแรกพอใจในฝีมืออาเฮงบ้าง

...

อีกสี่ชั่วโมงต่อมา กิจการภายในร้านไห่อี้ผ่านไปด้วยดี บรรดาลูกค้าเก่าใหม่มาอุดหนุนกันแน่นร้าน บางคนว่าอาเฮงฝีมือดีเหมือนเตี่ยมันไม่มีผิด บ้างก็ว่าอีกนิดก็ใช้ได้ สรุปรวมๆ ก็คือไม่ถึงกับแย่

แต่ขณะที่กิจการกำลังดำเนินไปได้ด้วยดีอยู่นั้น ก็พลันมีมารมาขวางคอ

ไม่ได้ๆ อย่างงี้มันอร่อยตรงไหน รสชาติหมาไม่แดกเลย ! แป๊ะอ้วนตบโต๊ะตะโกนเสียงดัง

ผู้คนในร้านแตกฮือหันมามองเป็นจุดเดียว

แป๊ะอ้วนรอจังหวะสักสามวินาที เพื่อให้เกิดความสงบก่อนพูดต่อไป

ฝีมืออย่างนี้เหรอจะมาใช้ชื่อร้านไห่อี้ทำอาหารให้อั๊วกิน เสียชื่อตายเลย เตี่ยลื้อก็เหลือเกินนาอาเฮง ไม่เห็นใจอั๊วบ้างเลย ใจคอจะให้กินของห่วยๆ อย่างนี้ลงไปได้ยังไง

อาเฮงหันมาสบตาแป๊ะอ้วน ภาพในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง

สมัยอาเฮงยังเด็ก เตี่ยเพิ่งเปิดร้านได้ไม่นาน มีเด็กชายคนหนึ่งแก่กว่าอาเฮงประมาณห้าปี ตัวอ้วน ตาหยี มีลักยิ้มตรงมุมแก้มข้างขวา มีขี้ตาติดตรงจมูกข้างซ้าย ท่าทางคล้าย