โลกของมดบนดิน

posted on 31 Jul 2006 22:14 by kimja in shortstory

โลกของมดบนดิน

เมื่อมองลงมาจากท้องฟ้า ข้าพเจ้าเห็นมด

เป็นมดตัวใหญ่ มี 4 ขา และอาศัยอยู่บนดิน

ข้าพเจ้าคาดว่าเป็นเพราะรู้สึกเบื่อความมืด อากาศอับชื้นและรูคับแคบหายใจไม่ค่อยสะดวก มดประเภทนี้จึงเลือกขึ้นมาอาศัยอยู่บนดินแทนที่จะอยู่ใต้ดินเหมือนมดทั่วไป

หลังจากที่ขึ้นมาบนพื้นดิน พวกมันไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวในรูแคบๆ เหมือนตอนอยู่ใต้ดินอีก ขาคู่กลางจึงหายไปกลายเป็นสัตว์ 4 ขา ต่อมาหนวดของพวกมันก็เริ่มหดสั้น และมีดวงตาไว้สำหรับมองสิ่งต่างๆ แทน

ข้าพเจ้าชมชอบการดูมดมาตั้งแต่ยังเล็ก แต่ทุกวันนี้อากาศแปรปรวนบ่อย มดใต้ดินเลยมักไม่ค่อยโผล่ตัวออกมาให้เห็นกันสักเท่าไหร่

เมื่อข้าพเจ้าค้นพบว่าในโลกนี้ยังมีมดบนดิน ข้าพเจ้าจึงหันมาสนใจมดบนดินแทน

หากใครยังไม่รู้จักมดบนดิน ข้าพเจ้าสามารถอธิบายลักษณะของพวกมันได้อย่างคร่าวๆ ตามหัวข้อดังต่อไปนี้

1. ลักษณะทั่วไป

มดบนดินมี 4 ขา ลำตัวตั้งฉากกับพื้นโลก ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ใช้ธงเป็นสัญลักษณ์ประจำฝูง มดทั่วไปเรียกว่า ประชามด1 มีนิสัยไม่นิยมใช้ความรุนแรง (ยกเว้นมดชนชั้นปกครอง2บางฝูงซึ่งมักแอบใช้ความรุนแรงเป็นประจำ) มีการพักผ่อนแยกกันเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยแต่ละครอบครัวมด3จะอาศัยอยู่ในกล่องมีฝาปิดเรียกว่าสิ่งปลูกสร้าง4และเดินทางไปมาหาสู่กันระหว่างมดด้วยพื้นที่เป็นเส้นๆ คล้ายรูของมดใต้ดินเรียกว่าถนน

2.ประเภทของมดบนดิน

มดบนดินมี 3 ชนิดใหญ่ๆคือ มดขาว มดดำ มดเหลือง

มดขาว มีตาสีฟ้าหรือน้ำตา ส่วนมากอาศัยอยู่ในดินแดนเขตหนาว เสียพลังงานน้อย จึงตัวใหญ่และแข็งแรงที่สุด ฝูงมดขาวที่มีชื่อเสียงเช่น ฝูงมดสิงโต ฝูงมดอินทรีย์เหล็ก เป็นต้น

มดดำ สีดำสนิทตลอดทั้งตัว มีตัวและขาที่เล็ก แต่หัวค่อนข้างโตผิดสัดส่วน อาศัยอยู่ในเขตร้อน อาหารน้อยความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบาก แม้อยู่ต่างฝูงแต่ลักษณะไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก จึงไม่ค่อยมีใครจดจำชื่อฝูงสักเท่าไหร่มีความสามารถทางด้านการละเล่นและการเสริมกำลังร่างกายเป็นพิเศษ

มดเหลือง มีตาสีดำ ขนาดเล็กที่สุดในมดบนดิน 3 ชนิด มักอาศัยอยู่ในเขตอบอุ่น มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์จึงเป็นพวกรักสบายและไม่ชอบการแข่งขัน แต่ก็มีมดเหลืองบางฝูงที่ขยันขันแข็งจนพัฒนาฝูงให้ต่อสู้กับมดขาวได้ เช่น ฝูงมดพระอาทิตย์ ฝูงมดมังกร ฝูงมดโสม เป็นต้น

แม้มดทั้ง 3 ประเภทนี้จะมีจำนวนใกล้เคียงกัน แต่มดขาวตัวใหญ่กว่าเลยชอบหาโอกาสเบียดเบียนมดดำกับมดเหลืองอยู่เสมอ โดยมดขาวส่วนมากคิดว่าเพราะตัวเองมีขนาดใหญ่จึงควรเป็นหัวหน้าอาณาจักรมดบนดิน และคอยดูแลปกป้องมดดำกับมดเหลืองไม่ให้เกิดอันตราย

แต่พอมดดำกับมดเหลืองเผลอ ข้าพเจ้าก็เห็นมดขาวแอบขโมยอาหารของมดดำกับมดเหลืองเป็นประจำ

นอกจากนี้เวลามดขาวพลัดหลงเข้าไปในถิ่นของมดดำกับมดเหลืองมักชอบเสแสร้งแกล้งทำเป็นดีด้วย แต่ถ้ามดดำกับมดเหลืองเข้าไปในถิ่นของมดขาวบ้างกลับโดนดูถูกเหยียดหยามรังแกอย่างไม่มีเหตุผล

เพราะเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงเกลียดมดขาวมากที่สุด

ข้าพเจ้าสงสารมดดำที่อาศัยอยู่ใกล้กับรังของมดขาวมากกว่ามดเหลือง จึงถูกมดขาวรังแกบ่อยกว่า ในอดีตมดขาวมักจะจับมดดำไปเป็นมดรับใช้ ให้ทำงานหนักจนมดดำเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

โชคดีที่ในสมัยหนึ่งมีมดขาวใจดีช่วยกันต่อสู้ปลดปล่อยมดดำรับใช้เหล่านั้นให้กลับไปสู่รังของมัน

ถึงแม้จะสงสารแต่ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามดดำหน้าตาขี้ริ้ว ดูแล้วไม่น่าหลงใหล จึงไม่ค่อยได้สนใจสักเท่าไหร่นัก

ส่วนมดเหลืองตัวเล็กน่ารัก ปากนิด จมูกหน่อย แถมไม่ค่อยนิยมแข่งขันกับใครคล้ายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงชมชอบการเฝ้ามองมดเหลืองมากที่สุด

3.รูปแบบการปกครอง

เมื่อขึ้นมาจากใต้ดินใหม่ๆ มดบนดินยังคงใช้วิธีการปกครองและหากินแบบเดียวกับมดใต้ดิน คือมีราชินีมดเป็นผู้ปกครองสูงสุด ต่อมาเหล่ามดบนดินเห็นว่าราชินีมดอ่อนแอเกินไป จึงเปลี่ยนให้ราชามดเป็นผู้ปกครองสูงสุดแทน เรียกว่าระบอบราชามด (แต่ก็มีมดอนุรักษ์นิยมบางฝูงยังคงให้ราชินีมดเป็นผู้ปกครองสูงสุดอยู่จนถึงปัจจุบัน)

วันหนึ่งเหล่าประชามดจำนวนมากจากหลายฝูงเกิดคิดว่า มดชนชั้นปกครองกดขี่และเอาเปรียบมากเกินไป จึงรวมตัวกันล้มล้างระบอบราชามดเสียและให้ประชามดเป็นผู้ตัดสินใจเลือกผู้นำขึ้นมาเอง

ในปัจจุบัน มดบนดินมีวิธีหากิน 2 วิธีหลักๆ คือ

วิธีที่ 1 มดทุกตัวหากินกันเอง เรียกว่า อาหารนิยม5

วิธีที่ 2 มดทุกตัวช่วยกันหาแล้วค่อยแบ่งกันกิน เรียกว่า ฝูงนิยม6

น่าสังเกตว่าทั้งสองวิธีล้วนคิดขึ้นโดยมดขาว ข้าพเจ้าก็ไม่ทราบเช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่คาดเดาเอาว่ามดดำมัวแต่เสียเวลาในการหาอาหารจึงไม่มีเวลามาคิดเรื่องดังกล่าว ส่วนมดเหลืองกินดีอยู่ดีเลยไม่ค่อยจะสนใจเรื่องปากท้องมากนัก ดังนั้นหน้าที่ในการคิดวิธีหากินรูปแบบใหม่จึงตกเป็นของมดขาวไปโดยปริยาย

ช่วงแรกมดบนดินทั้งหลายนิยมวิธีฝูงนิยม เพราะคิดว่าน่าจะยุติธรรม และสร้างความสามัคคีในฝูงได้ดี ต่อมาไม่นานมดขาวบางฝูงเริ่มออกลายขี้เกียจและเห็นแก่ตัวจึงเริ่มหันมาใช้วิธีอาหารนิยมแทน

ส่วนมดดำกับมดเหลืองซึ่งไม่ค่อยได้คิดเองกันสักเท่าไหร่ก็เริ่มหันมาใช้วิธีอาหารนิยมตามแบบของมดขาว

ปัจจุบันมดบนดินจำนวนมากใช้วิธีการหากินแบบอาหารนิยม โดยมีฝูงมดเบิ้ม7เป็นผู้นำ คงเหลือมดเพียงไม่กี่ฝูงเท่านั้นที่ยังคงใช้วิธีหากินแบบฝูงนิยมอยู่

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีปกครองและหากินแบบใด ข้าพเจ้ายังคงเห็นมดชนชั้นปกครองที่มาจากการเลือกตั้งใช้อำนาจเอาเปรียบประชามดทั้งตาดำๆ ฟ้าๆ และน้ำตาลๆอยู่ดี

4.พฤติกรรม

แม้มดบนดินจะขึ้นมาอาศัยอยู่บนพื้นดินเป็นเวลาช้านาน และเกิดการวิวัฒนาการจนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองซึ่งแตกต่างจากมดใต้ดินอย่างสิ้นเชิงตามที่กล่าวมาข้างต้นแต่มดบนดินยังคงมีพฤติกรรมบางอย่างซึ่งสามารถแสดงออกให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่ายังคงมีความเกี่ยวเนื่องกับมดใต้ดินอยู่บ้าง ดังนี้

ประการแรก มดบนดินยังคงมีการเดินตามกันเป็นแถวคล้ายกับมดใต้ดิน ข้าพเจ้าเคยพบเห็นมดบนดินเดินตามกันเข้ารับอาหาร ของหวาน และขนมปังกาแฟ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีมดหนาแน่นพฤติกรรมดังกล่าวจะมีมากกว่าปกติ

ไม่เพียงเท่านั้น พฤติกรรมการเดินตามกันเหมือนมดใต้ดินยังแทรกซึมไปถึงจิตใต้สำนึก ข้าพเจ้าจึงมักเห็นมดบนดิน คิด/ชอบ/พูด/ทำ ตามมดต้นแบบอยู่เสมอ

น่าสังเกตว่ามดที่ได้รับความนิยมมาก(ขอเรียกสั้นๆว่ามดดัง)จะมีแนวโน้มเป็นมดต้นแบบที่ดีกว่ามดที่ไม่มีชื่อเสียง(มดไม่ดัง)

หากมดดังทำสิ่งใดแปลกประหลาด ต่อมามดตัวอื่นมักทำตามจนกลายเป็นเรื่องปกติ

แต่หากเป็นมดไม่ดังทำสิ่งแปลกประหลาด นอกจากจะไม่มีใครทำตามแล้ว ยังอาจเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าเป็นมดบ้า อยากเด่นและชอบเรียกร้องความสนใจอีกด้วย

พฤติกรรมต่อมาซึ่งมดบนดินและใต้ดินมีความคล้ายคลึงกัน คือ การแบกสิ่งของที่มีขนาดใหญ่เกินตัว

มดใต้ดินสามารถแบกของซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าตัวของมันเองได้หลายเท่า ข้าพเจ้าเคยเห็นมดใต้ดินแบกเมล็ดข้าวสาร หรือเศษอาหารเดินไปมาได้อย่างสบาย

ในขณะที่มดบนดินก็มีความสามารถในการแบกของที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวได้ไม่แพ้มดใต้ดินเพียงแต่ว่ามดบนดินไม่นิยมแบกอาหารเท่านั้น

สิ่งที่มดบนดินนิยมแบกคือ บ้าน รถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ

ถ้ามดตัวไหนแบกของเหล่านั้นทั้งหมดไม่ไหว มดบนดินยังมีระบบช่วยให้สามารถแบกของได้มากขึ้นด้วย วิธีการนั้นเรียกกันว่า แบกผ่อน8

ฟังดูแล้วเหมือนจะดี แบกของได้มากกว่าเก่า เสียอย่างเดียวคือของชิ้นเดิมแต่ต้องแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้น

มีมดแก่วิชาการบางตัวกล่าวเตือนว่า การใช้วิธีแบกผ่อนเป็นเวลานานอาจทำให้ร่างกายมดแบกน้ำหนักเกินกำลังโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เป็นโรคข้อเสื่อมได้ง่าย แต่เมื่อยังไม่มีผลการศึกษาที่แน่ชัดจึงไม่ค่อยมีมดตัวไหนเชื่อและยังคงนิยมใช้วิธีการแบกผ่อนในการช่วยแบกสิ่งของอยู่เป็นประจำ