ผีเสื้อราตรี

posted on 12 Sep 2006 00:41 by kimja in shortstory

ผีเสื้อราตรี

1.

กาลครั้งหนึ่งไม่นานเท่าไหร่ มีหญิงสัญชาติไทยจิตใจงดงามนามว่า นางสาวใจดี

นางสาวใจดีเป็นโสเภณี เธอมีอาชีพขายบริการทางเพศ

นางสาวใจดีและเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันไม่ค่อยชอบให้ใครเรียกว่าโสเภณีสักเท่าไหร่ จึงมีการบัญญัติคำขึ้นมาใหม่สำหรับใช้เรียกพวกเธอในหมู่ผู้ประกอบอาชีพนี้โดยเฉพาะ

คำนั้น คือ ผีเสื้อราตรี

ผีเสื้อราตรีมีชีวิตสวยงามยามกลางคืนและหลับใหลในเวลากลางวัน

นางสาวใจดีเป็นผีเสื้อราตรีสีขาวแสนสวย

เธอสวมเสื้อกระโปรงสีขาวนั่งอยู่บนเตียงสีขาวในห้องสีขาว สิ่งของตกแต่งห้องล้วนมีสีขาว ดูไปราวกับว่าเธอเป็นนางฟ้าในสวรรค์ชั้นบาดาล

นางสาวใจดีเป็นนางฟ้าในสวรรค์ชั้นบาดาล เพราะสวรรค์ของเธออยู่ในนรก

นรกและสวรรค์คั่นกลางด้วยประตูไม้สีแดง

นอกประตูสีแดงออกไปเป็นเขตพื้นที่ของนรกซึ่งมีขนาดปานกลางสามารถแบ่งออกเป็นห้องย่อยๆ ได้ 12 ห้อง แต่ละห้องมีผีเสื้อราตรีประจำอยู่ห้องละ 1 คน นางสาวใจดีและห้องของเธอเป็นหนึ่งในจำนวนเหล่านั้น

นั่นหมายความว่า ถ้าไม่นับนางสาวใจดี นรกแห่งนี้ยังมีผีเสื้อราตรีอีก 11 คน

ทุกคนมีหลายสิ่งแตกต่างกัน แต่ทุกคนกลับสิ่งหนึ่งซึ่งเหมือนกัน

สิ่งนั้นคืองานของพวกเธอ

เมื่อพวกเธอเริ่มทำงานก็มีหน้าที่บำบัดความใคร่ให้เพศชายเหมือนกัน

นางสาวใจดีเกิดและเติบโตขึ้นที่นี่ ทุกวินาทีชีวิตของเธอหมดไปในสถานที่แห่งนี้

ถ้านับเอาห้องสีขาวเป็นจุดศูนย์กลางนางสาวใจดีไม่เคยได้ออกไปไหนไกลเกินรัศมี 500 เมตรแม้เพียงครั้งเดียว จึงไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าเธอจะไม่รู้จักรถไฟฟ้า ไม่รู้จักสยามสแควร์ และยิ่งไม่รู้จักสนามหลวงมาก่อน

สิ่งเหล่านั้นไกลตัวเกินไปสำหรับเธอ

ความจริง สิ่งใกล้ตัวแค่เธอเป็นใคร มาจากไหน นางสาวใจดีก็ตอบไม่ได้

นางสาวใจดีตอบไม่ได้ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ เธออยู่ที่นี่เพียงลำพังตั้งแต่เริ่มจำความได้

ตอนเธออายุ 18 ปี (ต่ำกว่านี้เดี๋ยวโดนข้อหาพรากผู้เยาว์) ลูกค้าคนแรกของเธอชมเธอสวยเหมือนนางฟ้า เธอจึงคิดว่าเธอน่าจะมาจากสวรรค์ เหตุผลประกอบก็คือผิวพรรณของเธอขาวผ่องสดใสผิดจากผีเสื้อราตรีคนอื่นๆ ที่มักจะมีผิวสีคล้ำ นั่นอาจเป็นเพราะว่ามาจากคนละสายพันธุ์กัน

เธอคือสายพันธุ์สวรรค์ ส่วนผีเสื้อราตรีเหล่านั้นเป็นสายพันธุ์นรก

นางสาวใจดีเฝ้าถามผีเสื้อราตรีรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อนหน้าเธออยู่เสมอว่า เธอมาจากไหน ร่วงหล่นลงมาจากสวรรค์ชั้นใด และใครคือพ่อแม่ของเธอ

แต่ไม่มีใครตอบได้และไม่มีใครใคร่อยากจะตอบคำถามของนางสาวใจดีเท่าไหร่นัก เธอจึงมักคิดเข้าข้างตัวเองว่า ถ้าเธอเป็นนางฟ้าหล่นลงมาจากสวรรค์จริง ถามคนในนรกไปคงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา

ทางเดียวที่จะหาคำตอบนั้นได้เธอต้องไปสวรรค์

สวรรค์เท่านั้นที่มีคำตอบ

ปัญหาก็คือ นางสาวใจดีไม่รู้ว่าถ้าจะไปสวรรค์ต้องขึ้นรถเมล์สายใด

เมื่อเธอไม่รู้จะไปไหน เธอจึงมักใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องสีขาวของเธอหมดไปกับทีวีจอสี 21 นิ้วที่ได้มาจากลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าของโรงรับจำนำคนหนึ่ง

ทีวีมีสีดำ มองไปคล้ายสิ่งแปลกปลอมเพียงหนึ่งเดียวภายในห้อง

ความจริงห้องนี้ยังมีประตูสีแดงอีกบานหนึ่งซึ่งดูแตกต่างกันออกไป แต่ประตูย่อมไม่อาจนำมานับรวมได้ เพราะประตูเป็นส่วนหนึ่งของห้อง หากไม่มีประตูนี่คงไม่ใช่ห้อง แต่เป็นกล่องปูนใบหนึ่ง

ดังนั้น ส่วนเกินของห้องจึงมีเพียงสิ่งเดียวคือ ทีวี

นางสาวใจดีรักทีวีเครื่องนี้มาก อาจเป็นเพราะทั้งตัวเธอและมันไม่มีพ่อแม่ ไม่รู้ชาติกำเนิดเหมือนๆ กันเธอจึงผูกพันกับมันมากเป็นพิเศษ ส่วนเจ้าทีวีเองก็ดีกับเธอไม่น้อย คอยดูแลเธออยู่ตลอดเวลาไม่เคยห่าง

ทีวีมักเปิดเพลงกล่อมให้เธอนอนตอนเลิกงาน

ทีวีมักสอนสิ่งต่างๆ แก่เธอมากมาย

ทีวีมักให้คำปรึกษาเวลาเธอกลุ้มใจ

ทีวีมักทำให้เธอหัวเราะเวลาเธอร้องไห้มากเกินไป

และทีวีมักทำให้เธอร้องไห้เวลาเธอหัวเราะมากเกินไป

สำหรับนางสาวใจดี ทีวีเป็นเพื่อนผู้รู้ใจเธอที่สุดในสถานที่แห่งนี้

ถึงแม้จะมีทีวีเป็นเพื่อน นางสาวใจดีก็ยังอยากมีเพื่อนเป็นคนบ้างในบางเวลา เพราะเธอไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร

เธอไม่รู้ภาษาทีวี เธอไม่สามารถคุยกับทีวี

แต่เธอรู้ภาษาคน เธอสามารถคุยกับคน

นางสาวใจดีไม่เคยคิดอยากผูกสัมพันธ์กับผีเสื้อราตรีข้างห้อง เธอรู้ว่าสักวันหนึ่งคนพวกนั้นจะจากเธอไป ไม่ว่าจะด้วยวิธีหลบหนี หาเงินไถ่ตัวเอง หรือฆ่าตัวตายก็ตาม

เธอไม่อยากมีความสัมพันธ์ชั่วคราว เพราะเพียงความสัมพันธ์ข้ามคืนที่เธอเจออยู่ทุกวี่วันก็เบื่อมันจะแย่อยู่แล้ว

เธอสนิทกับทีวี เพราะทีวีเป็นสิ่งเดียวที่ยังคงอยู่กับเธอตลอดมาและจะคงอยู่ตลอดไป

ทั้งหมดนั้นคืออดีตของนางสาวใจดี ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์หนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนแปลงนางสาวใจดีไปตลอดชีวิต

.

2.

ขณะนี้เป็นเวลา 20.15 น. ทีวีมีข่าวภาคค่ำ ผู้ประกาศในทีวีกำลังเสนอข่าวฆาตกรใจโหดฆ่าภรรยาและลูกสาววัย 2 ปีของตัวเอง

นางสาวใจดีสนใจทีวีมากเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้สนใจข่าว สิ่งที่เธอสนใจอยู่ตรงมุมบนขวาของจอภาพ ณ ตำแหน่งนั้นเป็นภาพคนร้ายวัยกลางคนซึ่งขณะนี้กำลังหลบหนีการจับกุมของตำรวจ ชายผู้นั้นชื่อว่านายมนตรี เขามีใบหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมเหมาะสมกับจอทีวี แสดงว่าโหงวเฮ้งดีมีแววจะได้เป็นเจ้านายคน แต่โชคร้ายมาทำผิดกฎหมายเสียก่อนที่จะได้ดีจึงหมดอนาคตไปอย่างน่าเสียดาย

ราวกับจะมีโชคชะตาต้องกัน วินาทีที่นางสาวใจดีเห็นใบหน้านายมนตรีในทีวี เธอก็รู้ได้ในทันทีว่า เขาคนนั้นจะเป็นคนพาเธอไปสู่สวรรค์ ไปหาพ่อแม่และชาติกำเนิดของเธอ

นางสาวใจดีรีบภาวนาขอให้นายมนตรีกระโจนออกมาจากทีวีและจูงมือพาเธอไปในเร็ววัน

เหมือนฟ้าจะได้ยินคำขอของเธอ ละครหลังข่าวยังไม่ทันมาปาฏิหาริย์ก็บังเกิด นายมนตรีปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเธอแต่ไม่ได้โผล่ออกมาจากในทีวี เรื่องของนางสาวใจดียังไม่นิยายขนาดนั้น นายมนตรีผ่านเข้ามาทางบานประตูสีแดงเหมือนคนอื่นๆ

นี่เป็นครั้งแรกที่นางสาวใจดีรู้สึกดีใจเมื่อได้เห็นคนก้าวผ่านประตูบานนั้นเข้ามาในสวรรค์ของเธอเพียงแรกสบสายตากับนายมนตรี นางสาวใจดีก็รู้ดีว่าชีวิตของเธอจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นายมนตรีสวมชุดสีดำ ห้องสีขาวมีสิ่งแปลกปลอมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชนิด

ห้องสีขาวขณะนี้มีประตูสีแดง นางสาวใจดีสีขาว เตียงสีขาว ทีวีสีดำ และนายมนตรีสีดำ

นายมนตรีเดินผ่านทีวีเข้ามานั่งข้างกายนางสาวใจดี มือของเขาเกาะกุมผ้าปูเตียงไว้แน่น ริมฝีปากเม้มสนิทเป็นเส้นตรงราวกับว่าจะไม่มีเสียงใดเล็ดรอดออกมาตลอดกาล

เมื่อนายมนตรียังไม่พูด นางสาวใจดีจึงทำได้เพียงเฝ้ารอ

ผ่านไป 15 นาที จู่ๆ นางสาวใจดีเกิดความไม่มั่นใจในจุดประสงค์การมาของนายมนตรี เขาจะมาพานางสาวใจดีออกไป หรือเขาอยู่ในระหว่างการหลบหนี หรือที่แท้เขาก็มาหาสตรีเหมือนผู้ชายทั่วไป

ผ่านไปอีก 15 นาที ทั้งนาย