เด็กหญิงเตือนตาและหมาแพนดี้และหมีบิด

ตัวเอกของเรื่องนี้ชื่อเด็กหญิงเตือนตา เด็กหญิงเตือนตาเป็นเด็กหญิงกำพร้า หน้าตาธรรมดา สวมเสื้อสีฟ้า มีหมีและหมาเป็นเพื่อน อาศัยอยู่ใต้สะพานลอยใจกลางกรุง ข้างสะพานลอยมีวัด หน้าวัดมีสนามหญ้า แต่ในสนามหญ้าไม่มีหญ้า หรือถ้าจะมีก็มีเพียงหญ้าหย่อมเล็กหย่อมน้อยพอให้ดูแล้วสบายตาอยู่บ้าง

เพื่อนตัวแรกของเด็กหญิงเตือนตาชื่อหมีบิด หมีบิดเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลกใบนี้ เหตุที่เรียกว่าหมีบิดเพราะรูปร่างของมันเหมือนหมี แต่แขนขาทำได้เพียงบิดไปมา ไม่สามารถพับ หัก งอ ได้เหมือนหมีปกติ มันไม่มีปากและไม่มีตา ไม่เคยพูดและไม่เคยเห็นสิ่งใด เพียงฟังและหายใจไปวันๆ เท่านั้น

หมีบิดมี 2 ชนิด พันธุ์แท้กับพันทาง หมีบิดพันธุ์แท้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น เคยเดินทางไปเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่และไปผสมพันธุ์กับสัตว์พื้นเมืองที่นั่น ได้หมีบิดพันทางมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเอาไปขาย ราคาของพันธุ์ทางย่อมถูกกว่าพันธุ์แท้หลายเท่านัก

เด็กหญิงเตือนตาเลี้ยงหมีบิดไว้หนึ่งตัว หมีบิดของเธอเป็นหมีบิดพันธุ์ทางสีเหลืองพื้นๆ ไม่มีลวดลายสวยงามเหมือนหมีบิดพันธุ์แท้ เด็กหญิงเตือนตาเป็นเพียงเด็กหญิงจนๆ คนหนึ่งซึ่งอยากได้อยากมีเหมือนคนทั่วไป แต่ไม่มีเงินพอจะซื้อหมีบิดพันธุ์แท้ หมีบิดพันธุ์ทางของเธอจึงเก่า สีเหลืองซีด เหมือนหมีบิดมือสองจากตลาดนัดos,u,nvlv9k,9]kfoyfvxcfds

นอกจากหมีบิด เธอยังมีสัตว์เลี้ยงพิลึกกว่าชาวบ้านอีกหนึ่งตัวเรียกว่า หมาแพนดี้

หมาแพนดี้เป็นหมา ตัวสีขาว ขอบตา ขาและหูสีดำ มีกางเกงในสีชมพูครอบหัว หมาแพนดี้เนื้อตัวมอมแมมเพราะไม่ชอบอาบน้ำ มันชอบทำหน้าบู้ๆ ตัวบี้ๆ แขนแบนๆ และขาบุบๆ หลังจากอาบน้ำเสร็จ เด็กหญิงเตือนตาจึงไม่ค่อยอาบน้ำให้หมาแพนดี้ เว้นแต่เวลามันเหม็นมากเกินไปจึงอาบน้ำให้สักครั้งซึ่งแต่ละครั้งเว้นระยะประมาณสามเดือน

ทว่าหลังจากอาบน้ำ เด็กหญิงเตือนตาชอบพาหมาแพนดี้ไปเดินเล่นตามถนนในเมืองที่มีฝุ่นละอองหนาแน่น หมาแพนดี้ตัวเปียกๆ ก็เปื้อนฝุ่นกลับมาทุกครั้ง ทำให้หมาแพนดี้เป็นหมาสกปรกตลอดเวลา ไม่เคยเป็นหมาสะอาดเสียที

เด็กหญิงเตือนตาได้ทั้งหมีบิดและหมาแพนดี้จากถังขยะเก่าๆ ข้างบ้านเศรษฐี บ้านเศรษฐีมีกำแพงสูงกั้นกลางดั่งกลัวสายตาจนๆ ของเด็กหญิงเตือนตาทำให้บ้านรวยๆ ของเศรษฐีมัวหมอง แต่ความจริง ถึงจะไม่มีกำแพงกั้น เด็กหญิงเตือนตาก็ไม่เคยคิดมองเข้าไปในบ้านเศรษฐี เพราะเด็กหญิงเตือนตาเป็นเด็กเจียมเนื้อเจียมตัวและเจียมกะลาหัวเหมือนที่แม่ของเธอเคยสอนไว้

เด็กหญิงเตือนตารู้ดีว่าเธอเป็นคนจน เพราะเธอจนเธอจึงชื่อว่าเตือนตา

สาเหตุที่แม่ของเธอซึ่งเวลานี้ไม่รู้อยู่ที่ไหนตั้งชื่อเธอว่าเตือนตาเพราะต้องการให้เด็กหญิงเตือนตารู้จักเตือนดวงตาของตัวเอง ไม่ให้มองในสิ่งที่ตัวเองไม่มี ไม่เคยมีและจะไม่มีวันมีปัญญามี อาทิ บ้านหลังใหญ่ รถยนต์ใหม่ เสื้อสดใส มอเตอร์ไซด์และอีกมากมายเกินกว่าจะบรรยายได้หมดสิ้น

แม่ของเธอบอกว่าการหัดรู้จักไม่มองบ้างเป็นสิ่งดี เพราะเมื่อมองแล้วจะอยาก และเมื่ออยากแล้วจะยุ่ง โดยเฉพาะกับเด็กยากจนอย่างเด็กหญิงเตือนตาเมื่อยิ่งอยากก็จะยิ่งยุ่งเป็นสองเท่า

เด็กหญิงเตือนตาจำคำสอนข้อนี้แม่นยำตลอดมาและมั่นใจว่าจะยังคงจำได้แม่นยำตลอดไปเพราะนั่นเป็นคำสอนสุดท้ายที่เด็กหญิงเตือนตาได้ยินจากปากแม่ของเธอ

..................................................................

เช้าวันนี้ เด็กหญิงเตือนตาทานอาหารเช้าจากกองขยะข้างบ้านเศรษฐีที่มีกำแพงสูงกางกั้นหลังเดิมหลังนั้น ก่อนพาหมาแพนดี้และหมีบิดไปเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าลานวัด ระหว่างกำลังเดินเล่น เด็กหญิงเตือนตาแหงนหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้าวันนี้ไม่มีสีฟ้า มีเพียงสีเทาหม่นหมองของเมฆครึ้มฝน

ถึงจะเป็นเช่นนั้น เด็กหญิงเตือนตาก็ยังมองท้องฟ้าได้อย่างมีความสุข

เด็กหญิงเตือนตาชอบมองท้องฟ้า เพราะท้องฟ้าเป็นหนึ่งในน้อยสิ่งซึ่งเธอสามารถมองได้อย่างสบายใจ ท้องฟ้าเป็นของสาธารณะ ของเพียงมีสายตาปกติก็สามารถรับชมท้องฟ้าได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่มีเศรษฐีหรือยาจกคนใดสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้มากกว่าคนอื่น

เวลามองท้องฟ้า เด็กหญิงเตือนตาชอบฝัน

ความฝันของเด็กหญิงเตือนตาเหมือนความฝันของเด็กหญิงธรรมดาทั่วไป อยากเป็นเจ้าหญิง อยากเป็นนางฟ้า อยากเป็นนางงาม เช่นเดียวกับความฝันของเด็กหญิงอื่นๆ ต่างเพียงเจ้าหญิง นางฟ้าและนางงามของเด็กหญิงเตือนตาสวมเสื้อผ้าซอมซ่อกว่าเด็กหญิงทุกคน เพราะเด็กหญิงเตือนตาไม่รู้ว่าเจ้าหญิง นางฟ้าและนางงามควรสวมเสื้อผ้าอย่างไร

เธอไม่เคยเห็นเสื้อผ้าสวยงามเหล่านั้นมาก่อน เด็กหญิงเตือนตาเป็นเด็กดี เชื่อฟังคำสอนของแม่ ไม่เคยมองในสิ่งที่เธอไม่มีวันมีจริงๆ

ขณะที่เด็กหญิงเตือนตากำลังแหงนมองท้องฟ้า หมาแพนดี้และหมีบิดกลับกำลังเอาหน้าไถดิน ไม่รู้ว่าเพราะพวกมันขี้เกียจเดินหรือเพราะพวกมันขาสั้นเดินตามเด็กหญิงเตือนตาไม่ทัน จึงทำให้เวลามองไกลๆ คล้ายกับว่าเด็กหญิงเตือนตากำลังลากร่างน้อยนิดแต่ไม่มหาศาลของพวกมันทั้งสองไป

ทำไมพวกนายไม่ชอบมองท้องฟ้า เด็กหญิงเตือนตาหันมาถาม

ไม่คำตอบหรือเสียงร้องใดจากสหายทั้งสอง สนามหญ้าหน้าลานวัดเงียบงันราวกับเด็กหญิงเตือนตายืนเดียวดายอยู่กลางสนามร้าง ทันทีที่เด็กหญิงเตือนตาสะบัดข้อมือข้างที่ถือเชือกหนึ่งครั้ง ทั้งหมาแพนดี้และหมีบิดพลันกลับร่างพลิกหงายแหงนมองท้องฟ้าร่วมกับเด็กหญิงเตือนตา

ท้องฟ้าหม่นหมองของเมฆครึ้มฝน

ดูท้องฟ้าด้วยกันนะ เด็กหญิงเตือนตาหันมองหมาแพนดี้และหมีบิดนอนแผ่พุงหงายท้องสู้ฟ้า รอยยิ้มอ่อนจางระบายเรื่ออยู่บนใบหน้าอ่อนวัย สหายสองตัวนั้นไม่เคยปฏิเสธคำขอร้องของเธอแม้เพียงสักครั้ง

เวลาที่เธอต้องการเพื่อน มันก็จะอยู่เป็นเพื่อน

เวลาที่เธอต้องการอยู่คนเดียว พวกมันก็จะหายตัวไปไม่เคยให้เธอเห็นร่องรอย

เวลาที่เธอทั้งต้องการเพื่อนและต้องการอยู่คนเดียว พวกมันก็จะอยู่กับเธอ แต่พยายามทำตัวเหมือนกับว่าไม่มีเธออยู่ที่นั่น

ถ้าเธอมองจะเห็น แต่ถ้าไม่มองก็จะไม่เห็น

เวลานี้เด็กหญิงเตือนตาชวนพวกมันดูท้องฟ้า พวกมันก็ดูท้องฟ้าเป็นเพื่อนเด็กหญิงเตือนตา

เด็กหญิงเตือนตาชอบมองท้องฟ้ากับเพื่อน เพราะถ้ามองท้องฟ้าคนเดียว เธอจะคิดถึงแม่ แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันตรงไหนในเมื่อแม่ของเธอยังคงอยู่บนพื้นดิน เด็กหญิงเตือนตาไม่อยากให้แม่อยู่บนท้องฟ้า เพราะนั่นหมายความว่าแม่ของเธอตายแล้ว

แต่ถึงแม้แม่ของเธอจะยังไม่ตาย เด็กหญิงเตือนตาก็ไม่รู้ว่าจะหาแม่ได้จากที่ใด เธอทำได้เพียงทำใจว่าสักวันคงจะโชคดีพอ และเมื่อวันนี้เด็กหญิงเตือนตายังโชคดีไม่เพียงพอ เธอจึงจำต้องเหม่อมองท้องฟ้าแล้วแอบคิดถึงแม่อยู่ลึกๆ ลึกจนกระทั่งเด็กหญิงเตือนตาเองก็ยังไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดถึงแม่อยู่ในใจ

เด็กหญิงเตือนตาน้ำตาไหล เธอนอนหงายท้องร่วมกับหมาแพนดี้และหมีบิด ก่อนหลับไหลไปภายในเวลาอันรวดเร็ว

..................................................................................................

พรุ่งนี้เป็นวันเกิดเด็กหญิงเตือนตา

วันนี้เธออายุสิบสี่ พรุ่งนี้เธอจะอายุสิบห้า

วันนี้เธอเป็นเด็กหญิงเตือนตา พรุ่งนี้เธอจะเป็นนางสาวเตือนตา

เด็กหญิงเตือนตาตื่นนอนในเวลาสิบห้านาฬิกาห้าสิบนาที เธอลืมตาท่ามกลางสายฝน เมฆครึ้มเริ่มเจือจางพอให้แสงแดดส่องผ่านได้บางส่วน เด็กหญิงเตือนตาลุกขึ้นนั่ง หันมองหมีบิดกำลังนอนตากฝน หมีบิดโชคดีที่ไม่มีดวงตาทำให้ไม่รู้สึกแสบตาเวลาตากฝนเหมือนเด็กหญิงเตือนตาและหมาแพนดี้ เด็กหญิงเตือนตาเลื่อนสายตาไปทางซ้ายซึ่งเป็นตำแหน่งนอนหงายของหมาแพนดี้

แต่หมาแพนดี้ไม่ได้อยู่ที่นั่น

เด็กหญิงเตือนตาใจหายวูบ รีบลุกขึ้นยืน หันมองรอบกาย ไม่มีหมาแพนดี้ ทั้งที่นี่ ที่โน่นและที่ไหน

หมาแพนดี้หายไปไร้ร่องรอยการลักพาตัว มีเพียงเชือกฟางขาดยุ่ยจากการถูกฟันกัดแทะ เมื่อพิจารณาจากรอยฟันสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นหมาชนิดหนึ่ง

เด็กหญิงเตือนตาหลับตาปล่อยให้เม็ดฝนหยดบนใบหน้า จินตนาการถึงหมาสีดำตัวใหญ่ ใช้ฟันแหลมคมกัดเชือกฟางจนขาด ดึงกางเกงในบนหัวหมาแพนดี้ลงมาปิดปากไว้กันมันร้องหาคนช่วย หมาแพนดี้ดิ้นรนจนสุดแรงก่อนยอมแพ้ ทิ้งน้ำตารินไหลข้างแก้มผสมเข้ากับเม็ดฝนหล่นสู่พื้นดิน

น้ำตาของหมาแพนดี้อาจจะเป็นร่องรอยสุดท้ายให้เด็กหญิงเตือนตาสามารถตามหา ทว่ากลับถูกฝนเลือนหมดสิ้น เด็กหญิงเตือนตายืนคว้างกลางสนามหญ้า ดวงตาส่ายส่องมองหาหนทางติดตามหมาแพนดี้

แต่สนามหญ้าว่างเปล่า ไม่มีสิ่งใดเหลือให้เด็กหญิงเตือนตาเชื่อมโยงถึงหมาแพนดี้ได้อีก

เด็กหญิงเตือนตาเศร้า เธอร้องไห้โดยอาศัยสายฝนบดบังมิให้ใครรู้ หมีบิดก็เศร้า เพียงเพราะหมีบิดไม่มีตาทำให้มันไม่สามารถร้องไห้ เด็กหญิงเตือนตาได้แต่เดินไปเดินมาเพื่อตามหาหมาแพนดี้โดยมีหมีบิดห้อยท้ายและไม่รู้ว่าสมควรมุ่งสู่ทิศทางใด

ในคืนก่อนวันเกิด เด็กหญิงเตือนตาร้องไห้เดียวดายเพราะการจากไปของหมาแพนดี้ โดยมีหมีบิดเป็นเพื่อนเศร้าอยู่ข้างหลัง

.............................................

สิบห้านาทีก่อนถึงเที่ยงคืน ฝนหยุดตกแล้ว เด็กหญิงเตือนตานั่งอย่างอ่อนล้าหน้าสะพานลอย ตอนนี้เด็กหญิงเตือนตามีเพียงหมีบิดเป็นเพื่อน แต่หมีบิดพูดไม่ได้ มันไม่มีปาก ไม่เหมือนหมาแพนดี้ที่เป็นหมาพูดมาก มักคุยกับเธอเสมอเวลาเหงา

ทุกเวลาที่เด็กหญิงเตือนตาเศร้า หมีบิดทำได้เพียงนั่งเงียบๆ ให้เด็กหญิงเตือนตาเงียบตาม แต่วันนี้เด็กหญิงเตือนตาเศร้าเกินกว่าจะเงียบจึงจำต้องพูดกับหมีบิดแม้รู้ดีว่าคงไม่มีคำตอบกลับมา

แกว่าหมาแพนดี้จะกลับมาไหม

หมีบิดไม่รู้และไม่ตอบ

แล้วแกจะจากฉันไปไหม

หมีบิดไม่รู้และไม่ตอบ

แกว่าฉันจะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แบบไหน

หมีบิดไม่รู้และไม่ตอบ

อีกหลายคำถามตามมาซึ่งหมีบิดไม่รู้และไม่ตอบจนกระทั่งถึงคำถามสุดท้าย เด็กหญิงเตือนตาจึงได้ยินเสียงของหมีบิดเป็นครั้งแรก

แกว่าฉันจะเป็นเพื่อนแกอย่างนี้อีกนานไหม

อีกไม่นานหรอก หมีบิดตอบ

เด็กหญิงเตือนตาหันขวับกลับมาที่หมีบิด เสียงหมีบิดเป็นเสียงหมาแพนดี้ เป็นเสียงเพศสตรีที่เธอเคยได้ยินมาแสนนาน

เสียงของหมีบิดและเสียงของหมาแพนดี้เป็นเสียงของแม่ของเด็กหญิงเตือนตา

เข็มนาฬิกาเดินถึงเที่ยงคืน ปฏิทินเปลี่ยนวันใหม่ เด็กหญิงเตือนตาหายไปจากโลกนี้ กลับมีนางสาวเตือนตามาแทน

นางสาวเตือนตามองค้างยังตุ๊กตาหมีบิดต่อเนื่องจากเด็กหญิงเตือนตา ใบหน้าเรียบเฉยไม่พบความรู้สึกใด บทสนทนาระหว่างเธอกับมันชะงักค้างตรงคำถามนั้น ไม่มีการพูดคุยเพิ่มเติมอีก นางสาวเตือนตาลุกเดินจากไป ทิ้งให้ความคิดของหมีบิดเป็นความลับภายใต้ใบหน้าไร้ปากและดวงตา

ไม่มีใครรู้ว่าหมีบิดคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ดังกล่าว

ขณะที่นางสาวเตือนตากำลังก้าวย่างอย่างเชื่องช้า ขาข้างขวาพลันเหยียบตุ๊กตาหมาตัวหนึ่งซึ่งเคยชื่อว่าหมาแพนดี้ นางสาวเตือนตาหยิบมันขึ้นมา ไม่มีคำพูดใดจากหมาแพนดี้ มันรู้ดีว่าตอนนี้นางสาวเตือนตาโตเป็นผู้ใหญ่จึงไม่สามารถเล่นกับมันได้เหมือนตอนเป็นเด็กหญิงเตือนตาอีก สิ่งที่มันสมควรทำคือพยายามทำใจให้สงบ อวยพรให้นางสาวเตือนตาโชคดีและหันไปมีหมีบิดเป็นเพื่อนอยู่ตัวเดียว

นางสาวเตือนตามองกลับหลัง เธอยังคงพบหมีบิดเก่าแก่สีเหลืองซีดจางนั่งถ่างขาแก้ผ้าอยู่ ณ ที่แห่งเดิม

หมีบิดกำลังนั่ง นางสาวเตือนตากำลังยืน ส่วนหมาแพนดี้กำลังถูกอุ้ม ทั้งสามค้างในลักษณะนั้นอยู่ประมาณ 30 วินาที เมื่อถึงเวลาเหมาะสมนางสาวเตือนตาพาหมาแพนดี้ไปวางนั่งข้างหมีบิด ก่อนเดินจากไปโดยไม่เหลียวกลับมาแลอดีตเพื่อนทั้งสองอีกเลย

ใต้ท้องฟ้าพราวด้วยแสงดาวยามดึก ใครผ่านไปผ่านมาในคืนนั้นจะพบเห็นนางสาวหน้าตาธรรมดากำลังเดินเสียน้ำตากับตุ๊กตาหมาและตุ๊กตาหมีนอนอยู่ใต้สะพานลอย

บนหน้าอกของตุ๊กตาหมาและหมีมีชื่อเจ้าของเขียนไว้ด้วยปากกาสีดำ

ชื่อนั้นอ่านว่า ด.ญ.เตือนตา

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#5 By ไพ่ออนไลน์ (61.19.66.25) on 2011-04-24 13:50

#4 By casino online (61.19.66.151) on 2011-04-22 14:31

#3 By (58.11.10.119) on 2010-05-03 21:50

คราวนี้มายาวทีเดียว...

ปวดตาเลย

#2 By karaveak on 2007-03-19 23:22

เพื่อนในวัยเด็กนี่มีค่าจริงๆนะขอรับ...

#1 By saya chan on 2007-03-19 22:53