Heartbeat

posted on 27 Aug 2007 23:56 by kimja in shortstory

Heartbeat

ตอนเช้าตรู่ของทุกวัน เธอจะเดินผ่านผมจากทางซ้ายไปทางขวา ก่อนยามเย็นย่ำจะเดินกลับมาจากทางขวาไปทางซ้าย สาวนิรนามซึ่งผมไม่ทราบชื่อและไม่เคยคิดจะเอ่ยปากถาม เธอเดินผ่านทางนี้ทุกวันเหมือนที่ผมต้องยืนรอ ณ ตำแหน่งเดิมเป็นกิจวัตร ยกเว้นจะมีธุระด่วนสำคัญซึ่งต่างไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า เราจะเจอกันทุกวัน วันละสองครั้ง ครั้งละไม่เกินหนึ่งนาที ไม่มีหยุดเสาร์-อาทิตย์ รวมสิบสี่ครั้งต่อสัปดาห์ ประมาณหกสิบครั้งต่อเดือนหรือเจ็ดร้อยสามสิบครั้งต่อปี

ตำแหน่งที่ผมยืนประจำอยู่ห่างทางเดินไม่เกินครึ่งเมตร เมื่อถึงเวลา เธอจะค่อยๆ เยื้องเท้าเข้ามาในระยะเกือบใกล้ พอให้ลมหายใจสามารถสัมผัสกันบางส่วน ด้วยทรงผมล้ำสมัย เสื้อผ้าสุดไฉไลและเครื่องแต่งกายสีฉูดฉาดบาดตา เหมือนนางแบบบนปกนิตยสารวัยรุ่นไม่มีผิดเพี้ยน หนึ่ง- สอง-สาม เพียงสามวินาทีที่เราใกล้ชิดกันมากที่สุด ราวทุกสิ่งบนโลกหยุดเคลื่อนไหว อากาศรอบกายเปลี่ยนแปลกไปจากเดิม ความรู้สึกเดียวกับตอนแรกเริ่มตกหลุมรัก ต่างกันเพียงแต่ว่าสำหรับผม อาการดังกล่าวเกิดขึ้นทุกวัน วันละสองเวลา

เธอเป็นคนสวยไร้ที่ติ รูปร่างดี ผิวเนียนขาว ผมยาวดำ คิ้วหนา นัยน์ตาคม งามตามตำราแทบทุกตำแหน่งในร่างกาย ไม่มีส่วนใดขาดหรือส่วนใดเกินคำว่าพอดี การตัดแต่งหรือเสริมเข้าแม้เพียงน้อยนิดอาจทำลายความงามตามธรรมชาติของเธอจนหมดสิ้น ราวเธอเป็นมนุษย์ต้นแบบซึ่งพระเจ้าสร้างขึ้นสำหรับสตรีทุกราย ตาควรจะแบบนี้ หูควรจะแบบนั้น จมูกควรจะแบบโน้น และที่สำคัญ ทุกสิ่งประกอบกันลงตัวเกินคำบรรยาย

แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผมหลงใหลเธอเป็นพิเศษ เป็นเพียงเหตุผลที่ทำให้เธอดูสะดุดตาแต่แรกพบเท่านั้น

สิ่งที่ผมหลงใหลอยู่ในดวงตาคู่นั้นของเธอต่างหาก

เอาล่ะ ผมจะเริ่มเรื่องจากวันที่เจอเธอครั้งแรก

หนึ่งวันธรรมดาเวลาเกือบสายปลายเดือนตุลาคมผมบังเอิญยืนอยู่ริมบันไดเลื่อนชั้นสามกลางห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งต่อมาจะเป็นสถานนัดพบประจำระหว่างเธอกับผม ตอนนั้นยังถือเป็นยามเช้าสำหรับสาวนักซื้อทั้งหลายทำให้ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก ผมปล่อยความคิดล่องลอยเรื่อยเปื่อยโดยไม่มีสิ่งใดพิเศษในสมอง ตามองคลื่นมนุษย์ขนาดเล็กน้อยถึงปานกลางเคลื่อนผ่านไปมาไร้จุดหมาย ขณะที่นาฬิกาบนข้อมือซ้ายบอกเวลาไหวช้าผิดจากทุกวัน

จนกระทั่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนเร็วรี่ วินาทีแรกเมื่อเธอก้าวสู่คลองสายตาผม เหมือนประกายสายฟ้าวิ่งผ่าน เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างว่องไวและเรียบง่าย เธอหันมองมาทางผม เพียงหนึ่ง-สอง-สามวินาทีแล้วหายวับกับตา ช่วงเวลาเปลี่ยนแปลงชีวิตผมเกิดขึ้นและจบลงเช่นนี้ ไม่มีฉากอลังการหลากสี ไม่มีดนตรีประกอบสุดหรู ไม่มีผู้อื่นใดเกี่ยวข้อง เธอเดินผ่านมาแล้วลาลับไป ทิ้งให้ผมยืนลอยคว้างท่ามกลางหมู่มนุษย์เดียวดาย

เราพบและลาจากในลักษณะนั้น สบตากันชั่วครู่ แค่ครั้งเดียวสั้นๆ ทำให้แต่ละวันสำหรับผมหมุนผ่านเพียงรอโอกาสที่สอง สามวินาทีในยามเช้าหรือสามวินาทีในยามเย็นเพื่อพบอะไรบางอย่างกลางดวงตาเธอ ทว่าโอกาสดังกล่าวไม่เคยมาถึงเหมือนเข็มสั้นยาวบนหน้าปัดนาฬิกาเฉียดเฉือนไปมาไม่มีทางพบกัน

ความฝันของผมเคยเคียงใกล้ที่สุดยามเช้าวันอาทิตย์หนึ่งซึ่งฝนตกค่อนข้างหนัก หากจ้องผ่านกระจกดำใสจากมุมที่ผมยืนจะเห็นอาคารบ้านเรือนเป็นละอองมัว ละม้ายคล้ายหลงอยู่ในเมืองม่านหมอก เธอมาสายผิดเวลาจนผมคิดว่าเธอคงไม่มาเสียแล้ว ทว่าเมื่อผ่านไปเกือบชั่วโมง เธอก็ปรากฏกายขึ้นในชุดลายขาวสลับดำทางยาว ใบหน้าเนียนบริสุทธิ์ซ่อนความหม่นเศร้าเหมือนเพิ่งเสียน้ำตาไม่ทันหมาดชื้น สังเกตจากลักษณะ เข้าใจว่าเธอกำลังหลงทางอยู่ในท่อระบายน้ำมืดทึม

วันนั้นผิดจากทุกวัน เธอไม่ยอมเดินผ่านไปแต่หยุดยืนข้างกายผม รู้สึกถึงความอบอุ่นแม้ไม่มีส่วนใดของผิวหนังระหว่างเราสัมผัสกัน ผมชำเลืองด้วยหางตา อยากหันมองใบหน้าชัดๆ แต่ไม่กล้า จึงได้แต่ลอบสูดลมหายใจซึ่งเธอระบายออกอย่างช้าๆ หูพยายามฟังเสียงทุกอวัยวะไหวขยับ ส่วนสมองขับเคลื่อนข้อมูลออกเป็นภาพ เป็นหนทางสำหรับคนธรรมดาหน้าตาไม่ค่อยดีที่จะได้ใกล้ชิดเธอ

แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ภาพจินตนาการสลายเหมือนมีใครสักคนโยนก้อนหินกระทบผิวน้ำ

อือ ว่าไง เสียงเธอทักทายสั้นๆ แสดงอาการอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ผมไม่รู้ว่าปลายสายเป็นใคร แต่ฟังแล้วรู้สึกถึงความสนิทสนม คงเป็นคนพิเศษสำหรับเธอฝ่ายโน้นพูดอะไรสักอย่างซึ่งผมไม่มีทางได้ยิน

แล้วเธอก็ตอบเบาๆ ถึงห้างแล้ว กำลังจะขึ้นไปสำนักงาน

บางครั้งการนึกฝันอยากจะทำอะไรสักอย่างอาจเป็นเรื่องง่าย แต่ถึงคราวปฏิบัติกลับไม่ง่ายนัก เหมือนอย่างผมในเวลานั้น หลังการเฝ้าฝันฝึกซ้อมสารภาพรักกับเธอมาแสนนาน พอเอาเข้าจริงกลับแขนขาแข็งเสียดื้อๆ แม้ประโยคทักทายง่ายๆ ก็ไม่มีหลุดจากปากสักคำ

วันนี้ไม่ต้องมารับนะ อยากกลับบ้านคนเดียว เธอยังคงพูดกับปลายสายต่อไป ไม่มีทีท่าสนใจผมแม้แต่น้อย

ทุกอย่างรอบข้างเงียบสนิทราวสรรพสิ่งกำลังรอฟังประโยคสำคัญจากผม เงียบเสียจนเสียงฝนจากนอกหน้าต่างดังแทรกซึมเข้ามา เหมือนช่วงเวลาสารภาพรักตอนฉากโรแมนติกในภาพยนตร์ญี่ปุ่น ผมได้แต่ยืนเกร็งฝืนมองตรงไม่กล้าหันซ้ายขวาด้วยกลัวว่าเธอจะรู้สึกถึงความผิดปกติ ใบหน้าชาพยายามกลับคืนสู่ความสงบ แต่ยิ่งฝืนเท่าไหร่ก็ยิ่งออกอาการเท่านั้น

เธอคงรู้สึกตัวว่ามีบางสิ่งแปลกไปจึงหันใบหน้ามาทางผม มือยังคงถือโทรศัพท์แนบข้างแก้ม ตากลมใสจ้องเขม็งมาที่ปลายจมูก ความจริงผมไม่แน่ใจหรอกว่าเธอมองมาเพราะไม่กล้าขยับมากไปกว่านั้น เป็นเพียงความรู้สึกวูบหนึ่งซึ่งพอจะทำให้หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหลุดออกจากขั้ว ประหนึ่งกลองรบลั่นระรัวก่อนเกิดศึกใหญ่

บทสนทนาระหว่างเธอกับฝ่ายตรงข้ามเงียบนาน เหมือนสมาธิของเธอจดจ่ออยู่ที่ปลายจมูกผม เสียงอู้อี้จากฝั่งโน้นฟังไม่ได้ศัพท์ก่อนที่คำพูดของเธอจะตามมา ไม่มีอะไร แค่รู้สึกแปลกๆ เหมือนได้ยินเสียงจากที่ไหนสักแห่ง

พอรู้ว่าเธอได้ยินเสียงหัวใจผมเต้น ผมพยายามกลั้นหายใจ ฝืนให้มันเต้นช้าลง หรืออย่างน้อยก็ให้เป็นระเบียบจังหวะมากขึ้น แต่เปล่าประโยชน์ เมื่อสิ่งนั้นอยู่เหนือการควบคุมของสมอง ผมอยากมองเธอชัดๆ อยากให้เธอสนใจ อยากให้เราสบตากัน อยากให้ดวงตะวันหยุดนิ่ง อยากให้ทุกสิ่งหยุดเคลื่อนไหว

ตึก-ตึก-ตึก ในที่สุดเสียงหัวใจของผมก็ดังออกมาถึงภายนอกเสียงอื่นอื้ออึงสิ้นความหมาย มีเพียงหัวใจเต้นดังปราศจากจังหวะแน่นอน

ตึก-ตึกตึก-ตึก-ตึกตึกตึกตึก-ตึกตึกตึก-ตึก-ตึก-ตึกตึก-ตึก-ตึกตึกตึก-ตึกตึกตึก-ตึก-ตึก- ตึก-ตึกตึก-ตึก-ตึกตึกตึก-ตึกตึกตึก-ตึก-ตึก

ทว่าเธอไม่ได้ยิน

เธอไม่ได้ยินเสียงหัวใจของผม ใบหน้ายังคงเหม่อไร้ความรู้สึก เป็นผมเข้าใจผิดคิดไปเองชั่ววูบนั้นว่าสามารถทำให้เธอรับรู้ถึงการดำรงอยู่ของผมได้สำเร็จ ความจริงทุกสิ่งรอบข้างยังคงนิ่งงัน ผมพลันรู้สึกถึงความอ้างว้างสมบูรณ์แบบ ยืนเดียวดายไร้คนสนใจเหมือนอยู่บนพื้นน้ำแข็งขั้วโลกใต้ ใจกลางความหนาวเย็นของโลกแห้งแล้งไร้สิ่งมีชีวิต

ตึกตึกตึกตึก-ตึกตึกตึก-ตึก-ตึก-ตึก

บทสนทนาทางโทรศัพท์ขาดหาย ได้ยินเธอบ่นพึมพำเบาๆ ขณะกดวางหูก่อนเก็บเครื่องมือถือใส่กระเป๋าสะพาย แล้วย่างเท้าเดินออกไปจากตำแหน่งที่ผมยืน หนึ่ง-สอง-สาม-สี่-ห้า-หก-เจ็ด-แปด แปดวินาทีก่อนจะลับสายตาผม เป็นครั้งเดียวที่ได้ใกล้ชิดเธอนานขนาดนั้น เสียงหัวใจของผมเริ่มปรับเปลี่ยนจากจังหวะเพลงร๊อคเป็นป๊อบหวานตามแบบฉบับวัยรุ่นนิยม ค่อยๆ ช้าลงจนกลายเป็นจังหวะปกติ

ตึก-ตึก-ตึก-ตึก-ตึก

หลังจากวันนั้น เธอไม่เคยเฉียดกายเข้าใกล้ผมอีกเลย

เมื่อลองคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ เหตุการณ์ทั้งหมดผ่านไปเพียงเพราะผมตกอยู่ในสภาพนิ่งค้าง ตั้งแต่แรกเริ่มจนเธอลาลับตา ครุ่นคิดถึงความปรารถนาฟุ้งกระจายแต่ไม่ยอมกระทำการใดๆ ทั้งสิ้น หากวันนั้นผมตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง ปากพูดบางคำ มือคว้าข้อแขน หรือแม้หันหน้าสบตาเธอสักนิด เรื่องราวคงไม่จบลงอย่างน่าเศร้า เราทั้งสองอาจคล้องแขนพากันไปทานอาหารเย็นในร้านหรู มองดูหมู่ดาวพราวเต็มฟ้า ก่อนจะจากลาด้วยรอยยิ้มส่งท้าย

พอคิดถึงตอนนี้ ผมก็ได้แต่โทษตัวเองว่าน่าจะลองพูดอะไรกับเธอสักคำ ไม่ใช่รอคอยภาวนาหวังแค่ว่าเธอจะได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

ตึก-ตึก-ตึก-ตึก

ผมน่าจะพูดอะไรกับเธอสักคำ

ตึก-ตึก-ตึก

ใช่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเข้าใจว่าเรื่องทั้งหมดมันน่าเศร้า

หุ่นโชว์เสื้อผ้าตามห้างสรรพสินค้าอย่างผมทำได้เต็มที่เพียงเท่านั้น

.....................................

Heartbeat Tatihi 80

Enough for me is not much for you

Won't you forgive me that's all I can do

Can you feel my heartbeat

When I'm close to you

I'll never find another way to say

I love you more each day

It's quite romantic I know

That's how I wanna feel today...

I wanna feel this way

Can you feel my heartbeat

When I'm close to you

I'll never find another way to say

I love you more each day

It's quite romantic I know

That's how I wanna feel today

I wanna feel this way, today

Can you feel my heartbeat

Can you feel my heartbeat

Can you feel my heartbeat

When I'm close to you

I'll never find, no I'll never find

Another way to say

I love you more each day

...................

Now Playing: heartbeat
FREE myspace upload Music for Mp3 Url Player. HOW TO GET urls, song codes, & songs.  Free mp3 hosting Uploader. Upload Unlimited mp3 urls host.

Comment

Comment:

Tweet

อ่านๆ ไปก็นึกตลอด
ว่าจะหักหลังเราตอนไหนว้า
พลางนึกคำตอบที่พอจะเป็นไปได้
พอเดาได้บ้าง
แต่โดยรวม ถึอว่าหลังหักกำลังดีจ้ะ

#4 By พี่'ปราย (58.8.72.68) on 2007-09-12 00:48

ตึก ตึกๆ ตึก โต๊กๆ ตึก

#3 By nomorebrain on 2007-09-11 00:00

ตึก-ตึก-ตึก นี่คือเสียงหัวใจตอนที่อ่านเรื่องนี้ของกรูเอง

#2 By helloyoyo on 2007-08-30 04:18

งวดนี้ซื้อหวยคงถูกกิน คลิกมา blog นี้ไม่เจอกลอนอย่างเคย แต่เจอความเรียงแทนซะงั้น

อ่านได้ครึ่งหนึ่ง เดี๋ยวอีกครึ่งมาต่อคืนพรุ่งนี้น่ออ

#1 By karaveak on 2007-08-28 23:43