ความทรงจำสุดท้าย ใบหน้าในเงามืด และดาวเทียมปลดระวาง

           ความทรงจำส่วนนี้ไม่มีการเคลื่อนไหว ไม่มีกลิ่นหอมหวน ไม่มีสัมผัสนุ่มนวล มีเพียงเสียงเรื่อยเอื่อยและภาพนิ่งสั่นพร่า

เมื่อคืนวานผมฝันถึงคุณอีกครั้ง ความฝันเหลืองซีดเหมือนภาพถ่ายใบเก่าที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกหน้าสุดท้าย เวลาผ่านหลายปี แต่ผมยังฝันถึงคุณบ่อยครั้ง บางคราวชั่วครู่ บางคราวยาวนาน แต่ทุกคราวเป็นเรื่องราวเก่าเก็บเวียนซ้ำไม่เปลี่ยนแปลง

เหตุใดคุณจึงปรากฏกายในความฝันของผมเสมอ ผมเฝ้าสงสัยแต่ไม่อาจพบคำตอบ ในโลกจริง ผมไม่เคยคิดถึงคุณ ไม่เคยวาดจินตนาการเป็นรูปร่าง ไม่เคยปรารถนาให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง หมุนย้อนทางกลับไปยังจุดเริ่มต้น เรื่องราวระหว่างเราจบไปแล้ว ถึงทางตันและไม่มีวันเดินต่อไปได้อีก นั่นคือเรื่องจริงแท้ที่ไม่อาจปฏิเสธ ส่วนในโลกฝัน เรื่องราวกลับหัว ตัวตนของคุณ เสียงของคุณ ภาพของคุณ ยังคงดำรงอยู่ในโลกนั้นตลอดเวลา

            บางทีอาจจะเหมือนกับที่เคยมีคนบอกไว้ การจะลืมใครสักคนเป็นเรื่องยาก เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าความทรงจำนั้นซ่อนอยู่ในส่วนใดของร่างกาย ผมอาจเพียงหลอกตัวเองว่าลืมคุณได้ แต่เปล่าเลย คุณไม่เคยเลือนหาย ผนึกรวมเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายผม รอเวลาเผยตัวตนในโลกฝันที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง

              ในความฝันอากาศค่อนข้างหนาว คุณสวมเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงสีฟ้าอ่อน ผมยาวรวบหางม้าผูกด้วยผ้ารัดผมสีชมพู หันหน้าไปทางซ้ายเผยให้เห็นเพียงใบหน้าฝั่งขวา ดวงตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย ริมฝีปากบางเฉียบราบเรียบไม่ปรากฏร่องรอยอารมณ์ให้เห็น ผมสวมเสื้อกันหนาวสีดำทับเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน รองเท้าผ้าใบไร้ยี่ห้อ จุดที่เราทั้งคู่ยืนอยู่เป็นสถานีรถไฟฟ้าที่เคยนัดเจอกันบ่อยครั้ง หลังแยกทางกับคุณ ผมไม่เคยย้อนกลับไปที่นั่นอีก ไม่ใช่เพราะกลัวสถานที่จะทำให้คิดถึงเรื่องเก่า แต่เพราะไร้เหตุผลที่จะไป ไม่มีใครคอยผมอยู่ที่นั่นอีกแล้ว

ทุกครั้งที่ฝัน ผมจะมาช้ากว่าเวลานัดสามนาทีเสมอ เพียงสามนาทีพอดี ไม่มีขาด ไม่มีเกิน ราวกับว่าถ้าไม่ใช่สามนาที ความฝันนี้จะพังทลายไม่สามารถดำเนินต่อได้ เมื่อมาถึงผมรีบโบกไม้โบกมือขอโทษ แต่คุณไม่หันกลับมา เพียงส่ายหน้าเบาๆ แววตาว่างเปล่าปราศจากถ้อยคำตำหนิ ผมหยุดเท้า ลมหนาวบางเบาพัดผ่านระยะห่างระหว่างเราทั้งสอง มือของคุณกอดอกกระชับแน่น เราต่างตกอยู่ในความเงียบ

ผ่านไปหลายนาที คุณยังคงยืนหันหน้าไปทางขวา ผมรู้สึกคล้ายร่างกายกลายสภาพเป็นดาวเทียม ลอยคว้างท่ามกลางอวกาศว้างเวิ้ง ส่วนคุณเป็นดวงจันทร์ ซ่อนใบหน้าซีกซ้ายใต้เงามืด ผมวาดจินตนาการถึงส่วนที่มองไม่เห็น พยายามส่งสัญญาณถึงตัวคุณที่อยู่ในนั้น แต่ไร้ประโยชน์ เมื่อไม่เห็นปลายทางก็ไม่อาจทราบได้ว่าจะต้องส่งสัญญาณไปยังตำแหน่งใด

ผมพยายามบอกเล่าเรื่องราวใด? คุณคงจะอยากถามคำถามนี้กับผม ต้องขออภัยที่ไม่อาจทราบ ผมรู้เพียงขั้นตอนแรกคือติดต่อคุณให้ได้เสียก่อน แล้วขั้นตอนต่อไปจะตามมา แต่ในเมื่อเครือข่ายขัดข้อง การสื่อสารล้มเหลว การติดต่อของเราก็จำต้องยุติเพียงเท่านี้ โปรดอย่าขุ่นเคืองที่ผมตอบคำถามของคุณไม่ได้ มองในอีกแง่ ผมเองก็ไม่ได้สารตอบรับจากคุณเช่นกัน

ตามความคิดของผม สารที่ต้องการสื่อคงเป็นเรื่องราวเฉพาะสำหรับเราเท่านั้น ไม่มีผู้ใดอื่นเกี่ยวข้อง บางทีอาจเป็นเรื่องของเหตุและผลที่เราแยกทางกัน ทำไมคุณจึงเลือกที่จะแยกทางกับผม? ผมเฝ้าถามทั้งตัวเองและคนรอบข้างตั้งแต่วันที่คุณจากไป คำถามเดียวถูกใช้หลายพันครั้ง แต่คำตอบที่ได้เป็นเพียงการคาดเดา เชื่อถืออะไรไม่ได้เลย

ผมน่าจะถามคุณตั้งแต่วันนั้น เมื่อคุณเลือกแน่นอนแล้วว่าจะไป คำถามผุดขึ้นในสมองแต่กลับติดอยู่ที่ริมฝีปาก ทำไมผมจึงไม่ถาม? จนถึงวันนี้ผมเองก็ยังไม่แน่ใจนัก คำตอบของคำถามนั้นเป็นของผม เพียงผมผู้เดียวที่มีสิทธิ์จะทราบ วันนั้น ผมอยากถามแต่กลับเลือกที่จะไม่ถาม เรื่องราวระหว่างเราจึงค้างคาหยุดลงที่ตอนท้าย คล้ายดูหนังไม่ถึงฉากจบ บางคราวผมอยากพบคุณเพียงเพื่อได้ยินคำตอบของคำถามนั้น

กลับมาที่ความฝัน เวลาผ่านเนิ่นนาน ในที่สุดคุณก็หันมองมาทางผม เงามืดบนดวงจันทร์เลือนหาย ผมพบว่าคุณกำลังร้องไห้ ภาพคุณตรงหน้าผมเพี้ยนพิลึก ใบหน้าซีกซ้ายร้องไห้บ้าคลั่ง ซีกขวาสงบเรียบนิ่งเฉย ความขัดแย้งรุนแรงให้อารมณ์บาดเศร้า คล้ายคุณจมอยู่ใต้ก้นทะเลร้าง ว่างเปล่าและมืดมิด คุณอยู่เดียวดายในที่แห่งนั้น ตะโกนกรีดร้องหาคนช่วยแม้รู้ดีว่าจะไม่มีใครได้ยิน

เมื่อพบใบหน้าซีกซ้าย เป้าหมายถูกระบุ ผมพยายามส่งสัญญาณออกไปอีกครั้งแต่ยังคงไร้การตอบรับ สถานีร้างเก่าแก่เครื่องมือถูกสนิมกินหมดสิ้น แต่ผมยังไม่ยอมแพ้ ส่งสัญญาณออกไปอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง หวังเพียงให้ที่สถานีมีวิทยุเด็กเล่นใช้การได้ ท้ายสุด เมื่อพยายามถึงครั้งที่ยี่สิบสาม การสื่อสารก็สำเร็จผล

คุณเปลี่ยนแปลงไปมากเสียงแรกของคุณเรื่อยเอื่อยเชื่องช้าราวกับว่าล่องลอยมาจากดินแดนแสนไกล

ทุกผู้คนล้วนเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครหยุดนิ่ง คุณเองก็เติบโตขึ้น ไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบแปดเหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่หล่อหลอมเป็นตัวคุณจนถึงอายุสิบแปด ผมล้วนจำได้ แม้ไม่อาจยืนยันแม่นยำ แต่ลักษณะของคุณ น้ำเสียง คำพูด ท่าทางยังคงแจ่มชัด มากมายเพียงพอจะเห็นเป็นรูปร่าง ส่วนอื่นที่ต่อเติมหลังจากนั้น คุณคือคนใหม่ แปลกหน้าประหลาดตาสำหรับผม ไม่ใช่คนเดิมที่เคยคุ้นเคยรู้จัก

น่าสนใจ คุณเลื่อนมือขวาสัมผัสข้างแก้มเหมือนทุกคราเวลาต้องการครุ่นคิด สรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลง จะเชื่องช้าหรือฉับพลัน ก็ไม่อาจหนีพ้นความเปลี่ยนแปลงไปได้ หากมองในแง่นั้น เหตุผลใดนำคุณมาที่นี่เพื่อพบคนแปลกหน้าอย่างฉัน

        “ไม่อาจทราบได้ ผมตอบด้วยอาการลังเล เมื่อผมหลับตา สถานที่นี้จะปรากฏขึ้นเองทุกครั้ง เป็นระบบกลไกอัตโนมัติ อาจเพราะผมหวังจะพบคุณที่นี่ ไม่มีสถานที่อื่นใดให้พบเจอได้อีก ผมต้องการพบคุณเพียงเพื่อหนึ่งคำถาม คำถามเดียวเท่านั้น ทำไมคุณจึงเลือกที่จะแยกทางกับผม

        คุณส่ายหน้าเชื่องช้า ปราศจากคำอธิบายเพิ่มเติม

            ได้โปรด ผมร้องขอ หนึ่งเดียวที่ผมต้องการคือเหตุผลที่คุณเลือกจะไป

        มือขวาของคุณเลื่อนย้อนกลับมาเกาะกอดอยู่ที่บริเวณหน้าอก เพียงเป็นเวลาเหมาะสม เมื่อถึงคราวไปก็ต้องไป

เวลาเหมาะสม คุณพูดราวกับว่าเราจะไม่ได้พบกันอีก

เป็นเช่นนั้น เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

             ผมเบิกหูรับฟัง คิดถึงการประดิษฐ์อินเตอร์เน็ต การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นซากไม้เดียวดายในโลกไซเบอร์

 คุณเองก็รู้ เรื่องราวระหว่างเรา เริ่มต้นจนถึงจุดจบ ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก การรื้อฟื้นเรื่องเก่ามีแต่จะเกิดเรื่องราวยุ่งยากเกินแก้ไข

ผมเข้าใจ ไม่ได้อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่า เพียงอยากทราบเหตุผลที่คุณลาจากผม

            คราวนี้คุณหันหน้าไปทางขวา เผยให้เห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของซีกซ้าย ใบหน้าซีกขวาราบเรียบจมหายในเงามืด คุณเหม่อมองยังที่ไกลตา ไม่รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของผม รถไฟฟ้าสีขาวพาดแดง-น้ำเงินจอดเทียบท่า คนมากมายพลุกพล่านคั่นกลางระหว่างเรา ระยะห่างไม่กี่เมตร แต่คุณเลือนหายลับไปต่อหน้าต่อตาผม กลืนหายไปพร้อมกับฝูงคน เหลือเพียงละอองเสียงเจือจางแทบไม่ได้ยิน

ฉันบอกคุณได้เพียงเท่านี้ เสียใจด้วยที่ไม่อาจช่วยเหลือยามลำบาก ได้โปรดอย่าโกรธฉัน ทุกอย่างที่ฉันทำ พยายามทำอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว

            ผมสงบคำ ทำได้เพียงยอมรับคำกล่าวลา

ลาก่อน

ภาพรอบกายกระตุกไหว ผมมองฝ่าฝูงชนเพื่อขอพบหน้าคุณอีกครั้ง แต่ก็เห็นเพียงดวงตาแดงกล่ำจากการร้องไห้ อ่านจากดวงตา คุณพยายามส่งข้อความบางอย่างมายังผม การติดต่อขาดสะบั้นก่อนที่ผมจะเข้าใจถ่องแท้ ดวงจันทร์เลือนหายจากจอภาพ ผมกลายเป็นดาวเทียมไร้ค่า ขยะอวกาศรอวันปลดระวาง เมื่อไม่สามารถสื่อสารก็ไม่มีประโยชน์อื่นใดอีก

ผมลืมตา ตื่นจากฝัน รู้สึกกลวงเปล่าในอก พยายามถอดความถึงสิ่งที่คุณต้องการจะบอก ข้อความลับซึ่งผมไม่มีสิทธิ์รู้ ผมคิดถึงระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่น กำแพงสูงสามชั้น รหัสผ่านยาวเหยียดมองไม่เห็นปลายแถว ผมอยู่เดียวดายท่ามกลางผู้คนแปลกหน้า อาจเป็นเพื่อนของคุณ คนรู้จัก หรือญาติสนิท ทุกคนล้วนรู้เรื่องราวเหล่านั้น ข้อความสุดท้ายที่คุณต้องการจะบอก เพียงผมคนเดียวที่ไม่อาจถอดรหัสได้

เราจะไม่ได้พบกันอีกจนกว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คุณบอกผมเช่นนั้น นั่นหมายถึงเวลายาวนานแค่ไหน หนึ่งปี สิบปี หรือหลายร้อยปี ไม่อาจระบุชัด อนาคตเปรียบเสมือนอุโมงค์ดำมืดไม่รู้จุดหมาย ไม่มีใครเห็นปลายทางออก ดวงตาของคุณฝากรอยแผลลึกไว้ในจิตใจผม ดูดกลืนชีวิตผมหมดสิ้น ซากที่เหลือไร้ค่าหมดความหมาย จนกว่าจะถอดรหัสได้ ผมเป็นเพียงหุ่นยนต์บังคับไร้ประจุไฟ

            ลาก่อน หวังว่าเมื่อพบกันอีกครั้งผมคงจะหายดี

Comment

Comment:

Tweet

..
เหมือน

ความรู้สึกนี้เหมือนมันเกิดขึ้นกับฉัน

เจ็บปวด

#2 By rabb!tchy* (124.120.53.118) on 2008-07-25 08:56

แวะมาเยี่ยมครับ

และขอชมว่าจินตนาการของคุณลึกล้ำจริงๆ
ถึงแม้จะอ่านเรื่องเดิมหนที่สองหรือสาม ก็จะได้อรรถรสที่ต่างกันไปในแต่ละครั้ง

เป็นกำลังใจให้สร้างสรรค์งานดีๆออกมาอีกเรื่อยๆนะครับ

big smile big smile big smile

#1 By Nirvana on 2008-07-23 16:19