หรือเราอยู่ภายใต้ฝนเม็ดเดียวกัน

                 ครั้งแรกที่วิภพขอให้ผมเขียนคำนิยมให้เขา ผมนึกแปลกใจและย้อนถามกลับไปว่าจะให้เขียนนิยมเขาหรือนิยมหนังสือ ทั้งที่มีคำตอบในใจอยู่แล้วว่าควรเป็นคำนิยมหนังสือ

                  ผมให้เหตุผลไปว่าเพราะไม่ค่อยนิยมในตัวเขา แต่เป็นแค่เรื่องพูดเล่น ความจริงคือผมรู้จักตัวหนังสือของเขามากกว่า เราเคยเจอหน้ากันไม่ถึงสิบครั้ง หนักไปทางบทสนทนาผ่าน MSN เป็นหลัก เมื่อเขาชวนผมเขียนคำนิยมให้ ผมจึงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเขาเลือกนึกถึงคนไม่ค่อยคุ้นเคยแถมไม่มีชื่อเสียงเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนอ่านอย่างผม

                  จากการสัมผัสด้วยตา ภายนอกเขาดูเซ่อๆ สงบเงียบ แต่ภายในกลับเปี่ยมด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน จากการสัมผัสด้วยหู เขาพูดน้อย ต่อยหนัก และกวนตีนชนิดหาตัวจับยาก จากการสัมผัสด้วยจมูก ผมเข้าใจว่าหนุ่มคนนี้เนื้อหอมใช่เล่น จากการสัมผัสด้วยปาก (เอ่อ อย่าคิดลึก หมายถึงความสามารถในการฟังของเขา) วิภพเหมือนคนไม่ค่อยฟังใคร แต่เขารู้จักเก็บรายละเอียดรอบกายไปประมวลผลมากกว่าคนอื่น

                   จากการสัมผัสทุกส่วนรวมกัน ผมถือว่าวิภพเป็นคนน่าคบหาคนหนึ่ง

                   ก่อนส่งต้นฉบับให้ผมอ่าน วิภพบอกว่า ฝนเม็ดแรกเป็นเรื่องของโชคชะตาและการรอคอย เมื่ออ่านจบ ผมรู้สึกว่าเขาให้น้ำหนักกับการรอคอยมากกว่า การรอคอยในโลกนี้แม้มีหลายรูปแบบ ทว่าแต่ละรูปแบบกลับมีข้อแตกต่างไม่มากนัก ไม่ว่าจะรอคอยแบบใดล้วนมีบุคคลสองฝ่าย ผู้รอกับผู้ถูกรอ เวลาของฝ่ายรอย่อมยาวนานกว่าฝ่ายถูกรอเสมอ

                    การรอคอยบางครั้งนำมาซึ่งความสุข บางครั้งก็แสนเศร้า และหลายครั้งที่การรอคอยเป็นความรู้สึกบอกไม่ถูก ผมเคยเขียนประโยคหนึ่งในสมุดบันทึกว่า การรอคอยที่ทรมานที่สุดคือการรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย มันเกิดขึ้นจากการรอคอยครั้งหนึ่งในชีวิตผม การรอคอยครั้งนั้นพ้องกับเรื่องราวของ ฉัน ในฝนเม็ดแรกอย่างไม่น่าเชื่อ การเป็นทั้งฝ่ายรอและฝ่ายถูกรอเป็นเรื่องยากลำบาก การบอกกล่าวให้บางคนไม่ต้องรอเราก็ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อประกอบกับการรอคอยระยะไกลซึ่งเปิดโอกาสให้เราผิดพลาดไม่เว้นวินาที

                    ถ้าจะลองหาคำนิยามเพื่ออธิบาย ฝนเม็ดแรก มันคือเรื่องรักธรรมดาซึ่งหลายคนเคยพบพาน เคยสัมผัส เคยผ่านพ้น และบางคนยังผ่านไม่พ้น ผ่านตัวอักษรลักษณะเดียวกับนิสัยหรือข้อเขียนชิ้นอื่นของวิภพ มองง่ายๆ จากภายนอก ทว่าลุ่มลึกอยู่ภายใน หลายครั้งคราวมันทำให้เราครุ่นคิด หวนคำนึง ระลึกถึง เสียน้ำตา แม้กระทั่งตั้งคำถามว่าเรื่องราวของฝนเม็ดแรกซึ่งคล้ายชีวิตเราเป็นโชคชะตาจริงไหม

                    ผมเป็นคนไม่เชื่อในโชคชะตา ไม่ค่อยเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพื่อรักคนๆ หนึ่ง แม้จะเคยหลงคิดว่าใครบางคนคือคนพิเศษจนเฝ้าฝันถึงขั้นเพ้อ แล้วสุดท้ายก็พบว่ามันคือความฝันโง่ๆ ที่เสียเวลาเปล่า แต่ผมค่อนข้างมั่นใจว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเลือก มีสิทธิที่จะตัดสิน และรอรับผลจากการตัดสินใจนั้น ไม่มีอำนาจเหนือฟ้าใดจะมากำหนดความเป็นไปในชีวิตเราได้ หญิงสาว(หรือชายหนุ่ม)อีกคนที่รู้จัก ระยะทางห่างไกลโดยไม่รู้ข่าวคราว เรื่องราวไม่เข้าใจเล็กๆ น้อยๆ และความสัมพันธ์เปราะบางทางเทคโนโลยี ล้วนเป็นเหตุปัจจัยให้เราเลือกเปลี่ยนเข็มทิศชีวิตได้ทั้งสิ้น

                    เพียงแต่มนุษย์บางประเภทนิยมเลือกการรอคอย เพราะการรอคอยทำให้เกิดความหวัง ชีวิตที่ไม่มีความหวังหรือไม่เคยเรียนรู้ที่จะหวังเป็นชีวิตที่หยาบกระด้างและโหดร้ายเกินไป

                    เช่นเดียวกับ ฉัน การรอคอยของเขาเป็นการรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย ไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าจะออกดอกออกผลเมื่อไหร่ หรือแม้แต่อย่างน้อยกับคำถามง่ายๆ ว่ามันจะเป็นการรอคอยที่ออกดอกออกผลรึเปล่า ทว่าจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมค่อนข้างเชื่อมั่นว่าหลังจากเรื่องราวในฝนเม็ดแรกจบลง ฉันจะยังรอคอยชนาพรอยู่เงียบๆ แม้แทบไม่มีโอกาสที่ชนาพรจะกลับมาก็ตาม

               นั่นแหล่ะ เหตุผลที่ผมบอกว่า ฝนเม็ดแรก คือเรื่องของการรอคอย

                    ส่วนโชคชะตา หากว่าจะมีในหนังสือเล่มนี้ 

   คงเป็นโชคชะตาที่นำพาให้หนุ่มสาวผู้มีความรักล้วนต้องตกอยู่ภายใต้ฝนเม็ดแรกเม็ดเดียวกัน

.

. 

 

 

 

ป.ล. ที่เอามาให้อ่านวันนี้เป็นคำนิยมสำหรับนิยายเรื่อง 'ฝนเม็ดแรก' ของวิภพ ล้อมเขต เขาขอให้ผมเขียนคำนิยมให้ หนังสือหน้าตาเป็นอย่างไรดูได้ตามรูป ส่วนถ้าใครสนใจลองไปหาซื้อหาชมได้ที่บูต Alternative Writer ในงานหนังสือที่จะถึงนี้นะฮะ

Comment

Comment:

Tweet

น่าอ่านๆ
นอกจากหนังสือของวิภพแล้ว
ผึ้งว่า เฮียคิมน่าจะเขียนคำนิยมขายด้วยนะ

ฮิ้วว~~

ps: โดนตรงเรื่องรอนิ่แหละ ..

confused smile

#6 By puengnoii (118.174.223.235) on 2008-10-08 23:57

น่าสนใจครับ น่าจะมีที่ร้านหนังสือทั่วไปนะครับผม

#5 By นกฮูกดีไซน์ on 2008-10-04 14:51

อยากอ่าน,,

การรอคอยมันมีความสุขที่ได้หวัง แต่มันจะมีความทุกข์อยู่ลึกๆว่าเมื่อไรจะกลับมา,,,surprised smile
“การรอคอยที่ทรมานที่สุดคือการรอคอยที่ไม่มีจุดหมาย”
เห็นด้วยๆconfused smile

#3 By wesong on 2008-10-02 04:11

อาจารย์ครับ กรูอยากให้มึงดังว่ะ

#2 By คานู (58.8.166.128) on 2008-10-02 01:44

การรอคอยมันช่างยาวนานและทรมานเอาเสียมากๆ
บางทีทั้งๆที่รู้ว่า รอไปก็เสียเปล่า แต่คนอย่างเราๆ ก็ยังคงรอ เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะการรอทำให้เกิดจุดประกายความหวัง อย่างที่คุณว่านั่นล่ะ

เรื่องจริงเลยอันนี้ ผมชอบๆ

#1 By Meatto on 2008-10-01 14:33