shortstory

Lost in TV

posted on 19 Dec 2007 12:00 by kimja in shortstory

Lost in TV

           

1.        

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังยามเช้าอันแสนเงียบเหงาท่ามกลางอากาศกำลังดีไม่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์รบกวน นายดูดี มิดูดายกำลังนอนสบายอยู่ใต้ผ้าห่มอุ่น แม้จะมีเสียงแสบโสตประสาทเคียงข้างให้รู้สึกรำคาญอยู่บ้าง แต่บรรยากาศช่างเชิญชวนให้หวนศีรษะกลับคืนหมอนดีแท้ ด้วยอาการสะลึมสะลือทำให้ไม่สามารถระบุได้ว่าวันนี้มีธุระสำคัญใดจึงต้องตั้งเวลาตื่นแต่เช้า นายดูดี มิดูดายจึงไม่ยอมลืมตาเพียงเอื้อมมือขวาหวังคว้าเครื่องนาฬิกาปลุกตัวจ้อยเพื่อกดปุ่มปิดการทำงาน

ทว่าอีกสามวินาทีหลังจากนั้น อุ้งมือขวากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า นาฬิกาปลุกไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม

                และด้วยอาการสะลึมสะลือเป็นครั้งที่สองทำให้นายดูดี มิดูดายยังไม่วายยอมลืมตาเพื่อสำรวจสภาพโดยรอบ สมองสั่งการมือซ้ายให้ขยับขึ้นช่วยมือขวาควาญหานาฬิกาปลุกเครื่องเก่าจากตำแหน่งใหม่ ตั้งแต่ใต้ผ้าห่ม ในร่มผ้า ตามซอกขา บริเวณหน้าท้อง ร่องทวารหนัก และอื่นๆ อีกมากมาย

                ท้ายที่สุด เมื่อทั้งสองมือไม่สามารถหาต้นกำเนิดเสียงพบ นายดูดี มิดูดายจึงจำต้องลืมตาเพื่อพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางสถานที่ใหม่ ไม่ใช่ห้องนอนของตัวเอง

                เบื้องหน้านายดูดี มิดูดายขณะนี้เป็นเมืองทันสมัย ใช้เครื่องขนย้ายมวลสารเป็นยานพาหนะ และดวงไฟจากตัวอาคารส่องแสงตลอดเวลา ราวกับว่าทุกสรรพสิ่งในสถานที่แห่งนี้ไม่มีทางหยุดเคลื่อนไหว น่าเสียดาย เมืองแห่งเส้นแสงแสนสวยงามกลับถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาตาจนมองอะไรไม่ชัดเจนนัก

                เหนือเตียงนอนของนายดูดี มิดูดายสูงขึ้นไปสามสิบเมตร ปรากฏแผ่นป้ายโฆษณาขนาดยักษ์สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล ในนั้นเป็นรูปหญิงสาวหน้าขาวปากแดงกับครีมบำรุงผิวกระปุกเล็กราคาไม่ถูกไม่แพงจนเกินไป พร้อมข้อความเพื่อผิวสวยทุกเช้า ทางมุมขวาล่างวางเรียงรายใต้หน้าปัดตัวเลขดิจิตอลซึ่งจะแหกปากร้องเวลาเจ็ดนาฬิกาตรงทุกวัน

            นั่นคือที่มาของเสียงปลุกนายดูดี มิดูดายเมื่อสักครู่

                ท่ามกลางถิ่นไม่คุ้นเคย นายดูดี มิดูดายรู้สึกหนาวและเหงาคละเคล้าปะปนกัน เหมือนหลงทางอยู่ในโลกแห่งความฝัน ได้กลิ่นฉุนน้ำมันสัมผัสลึกถึงโคนจมูก แถมถูกไอกรดในอากาศกัดกร่อนจนแสบทั่วผิวหนัง ระหว่างกำลังสอดส่ายสายตาแดงก่ำหาใคร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ทำไมหรืออะไรสักอย่างที่สามารถตอบคำถามเขาได้ในตอนนี้

                เขาและเตียงนอนของเขาหลงอยู่ในที่แห่งใด

            แล้วสายตาของนายดูดี มิดูดายก็พลันได้พบกับสาวกายเรืองแสงซึ่งมีเส้นผมสีแดงเพลิงห่างออกไปทางทิศตะวันตก

                เธอไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว ไม่ใช่นางฟ้า ไม่ใช่นางมาร ไม่ใช่ผีห่าซาตานหรือเทวดาที่ไหน เป็นเพียงบุคคลธรรมดา หน้าตาค่อนข้างดี มีผิวกายขาวผุดผาดผ่องใสราวสามารถเรืองแสงได้ในที่มืด พร้อมเส้นผมสีแดงเพลิงโดดเด่นสะดุดตาจากที่ไกล สวมใส่ชุดกระโปรงดำยิ่งขับเน้นเรือนร่างอย่างเห็นได้ชัด นายดูดี มิดูดายเห็นเธอขณะก้มลงเก็บเสื้อคลุมจากบนพื้น วินาทีนั้น เหมือนแสงโดยรอบเข้ากับเส้นผมและขอบแว่นตาของเธอเป็นอย่างดี เขายืนตะลึงอยู่นานจนไม่อาจรับรู้ว่าเธอกำลังเดินเข้ามาใกล้

                มีอะไรหรือเปล่าคะ เสียงสูงของเธอส่งผลให้สารเคมีในร่างกายของเขาผิดปกติ กว่าจะรู้ตัวเธอก็เดินเข้ามาประชิดเสียแล้ว ระยะห่างจากตอนแรกเกือบสามสิบเมตรลดลงเหลือแทบไม่ถึงเมตรในชั่วพริบตา

                เมื่อมีโอกาสลองมองใกล้ๆ ใบหน้างามทำให้เขารู้สึกคุ้น เหมือนเคยพบพานมาก่อนบนโลกกลมเบี้ยว คล้ายเศษเสี้ยวความทรงจำที่สาบสูญ เมื่อเวลาหมุนไป เรามักทำใครบางคนหล่นหายเสมอ เธออาจเป็นหนึ่งในนั้น หนึ่งในผู้คนมากมายซึ่งสวนทางบนสะพานลอย ยืนเคียงคอยรอรถประจำทางหรือสบตาฝั่งตรงข้ามในรถไฟฟ้า มีบางสิ่งพาเขามาพบเธออีกครั้งแต่กลับพาลนึกไม่ออกว่าเคยเจอกัน ณ ที่แห่งใด

                มีอะไรหรือเปล่าคะ เธอย้ำคำถามเดิมเพราะเห็นเขาเงียบไปนาน รู้สึกถึงสายตาสงสัยจ้องผ่านแว่นดำใต้โครงคิ้วขมวดเข้ม

เปล่าครับ แค่รู้สึกคุ้นหน้าคุณเป็นพิเศษนายดูดี มิดูดายตอบด้วยอาการตะกุกตะกักเนื่องจากไม่ทันตั้งตัว

ทั้งที่ฉันยังใส่แว่นดำอยู่นี่นะ มุขจีบสาวเก่าไปหน่อยหรือเปล่าคะคุณ

นายดูดี มิดูดายไม่รู้จะตอบเช่นไร เมื่อเหลือบเห็นเธอมองแล้วลอบยิ้มอยู่ในใจยิ่งส่งผลให้เขินอายมากยิ่งขึ้น เขาแทบอยากหลบหน้าหายตัวไปในวินาทีนั้น แต่ใจหนึ่งก็ยังอยากคุยกับเธอ ที่สำคัญเขาต้องการรู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในตอนนี้

หญิงสาวผมแดงยังคงนิ่งรอฟังคำตอบจากนายดูดี มิดูดาย

ขอโทษ... นายดูดี มิดูดายไม่รู้จะเริ่มต้นคำถามอย่างไรดี

คุณอยากจะถามฉันว่าที่นี่มันที่ไหนใช่ไหมจู่ๆ เธอก็พูดขึ้น ก็คุณไม่ใช่คนของที่นี่

ครับ แล้วคุณรู้ได้ไงว่าผมไม่ใช่คนที่นี่

ง่ายนิดเดียว เพราะคุณไม่มีสิ่งนี้ พูดจบเธอชี้นิ้วไปที่แว่นตาดำสนิทของเธอแล้วพูดประโยคซึ่งนายดูดี มิดูดายแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

ยินดีต้อนรับสู่เมืองทีวี

 

2.

               

            เมืองทีวีเป็นสถานที่พิเศษสำหรับสิ่งมีชีวิตติดทีวีโดยเฉพาะ มีประชากรประมาณหนึ่งในห้าของประชากรโลก ส่วนมากร้อยละ 90 เป็นมนุษย์ ส่วนที่เหลือร้อยละ 10 แบ่งเป็นแมว หมา นก ปลา หนู มดและแมลงสาปอีกอย่างละนิดหน่อย ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าเพราะไม่มีต้นไม้ที่ไหนจะรู้จักดูทีวี มีดวงอาทิตย์สามดวงสามสี แดง เขียว น้ำเงิน ผสมกันได้แสงสีขาวจัดจ้า แบ่งอาคารออกเป็นสามยุค เก่า กลางและใหม่ อาคารยุคเก่ามีขนาดเล็กประตูทางเข้าเป็นลักษณะบิด อาคารยุคกลางมีขนาดกลางประตูทางเข้าเป็นลักษณะกด และอาคารยุคใหม่มีขนาดใหญ่ประตูทางเข้าใช้เครื่องควบคุมระยะไกล   

                นั่นคือรายละเอียดของเมืองทีวีจากปากคำของนางสาวผมแดง

                เธอและนายดูดี มิดูดายเดินเคียงกันสู่ศูนย์กลางเมืองทีวี ความจริงมีเครื่องย้ายมวลสารให้บริการในระยะทางไม่ห่างไม่ไกลจนเกินไปนัก น่าเสียดายที่มันไม่อนุญาตให้คนนอกอย่างนายดูดี มิดูดายใช้ เธอจึงตัดสินใจเดินเป็นเพื่อนแก้เหงา ระหว่างทางทั้งคู่คุยกันถึงเรื่องราวของเมืองทีวีไปเรื่อยเปื่อย

            คุณอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว นายดูดี มิดูดายเป็นคนเริ่มต้นด้วยคำถาม

                ประมาณ 5 ปีเห็นจะได้ ไม่นานเท่าไหร่ถ้าเทียบกับคนอื่น บางคนอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ 5 ขวบ บางคน 3 ขวบ บางคนไม่ถึงขวบด้วยซ้ำ

                ไม่ถึงขวบงั้นเหรอ นายดูดี มิดูดายทวนคำเพราะความไม่มั่นใจในหูตัวเอง

                ใช่ ไม่ถึงขวบ นางสาวผมแดงพยักหน้ายืนยันก่อนพูดต่อ จำนวนไม่น้อยเลย คุณก็น่าจะรู้ดีว่ามีพ่อแม่หลายคนเลี้ยงลูกด้วยทีวี แล้วทีวีก็มีอะไรตั้งหลายอย่างซึ่งจะดึงดูดคนให้ติดมันได้

                แต่...

                ฉันเข้าใจดีว่าคุณคิดยังไง เมื่อก่อนฉันก็คิดเหมือนกัน ทีวีทำให้ไร้หัวคิด ทีวีทำให้สมาธิสั้น ทีวีทำให้ก้าวร้าวรุนแรง และอีกหลายๆ ข้อเสียเกี่ยวกับทีวีที่แทบทุกคนเคยได้ยิน แต่ถ้าคุณไม่มีเวลาไปไหนมาไหนนอกบ้าน ไม่มีรถส่วนตัว อาศัยอยู่ในห้องพักขนาดไม่เกินสามคูณห้าเมตรกลางซอยลึกไม่มีรถเมล์วิ่งผ่าน คุณจะทำอะไร

                นายดูดี มิดูดายแสร้งมองเหนือศีรษะ เห็นท้องฟ้าระบายด้วยแสงขาว เหลือง ฟ้า เขียว ม่วง  แดง น้ำเงิน เจ็ดสีเรียงรายตามลำดับคล้ายแถบ Color Bar เวลาช่องโทรทัศน์ปิดสถานี พลางนึกหาคำตอบอยู่นาน

                นางสาวผมแดงหัวเราะในลำคอ ว่าไง ตอบไม่ได้ใช่ไหม

                ความเงียบและอาการส่ายหน้าเป็นคำตอบจากนายดูดี มิดูดาย

            ถ้ามีทางเลือกบางคนก็ไม่อยากดูทีวี ฉันคิดว่างั้น อย่างที่คุณว่า มีแต่ละครน้ำเน่า เกมโชว์ไร้สติ ข่าวคนฆ่ากันตาย แต่สิ่งที่อยู่ในทีวีก็เหมือนสิ่งชั่วร้ายแอบซ่อนหลังจิตใต้สำนึกของเรา เมื่อเริ่มต้นดูก็ติดมันจนยากจะถอนตัวได้ง่ายๆ

            ในที่สุดทั้งสองก็เดินเท้ามาถึงปากทางศูนย์กลางเมืองทีวี หลังจากรอบข้างเป็นถนนร้างเส้นยาวพอสมควรก็เริ่มมีร้านค้าปรากฏให้เห็นบ้างประปราย ด้านซ้ายมือมีร้านกาแฟอยู่ร้านหนึ่ง นางสาวผมแดงชวนนายดูดี มิดูดายแวะพักที่นั่นสักครู่

            หยุดหาอะไรดื่มกันหน่อยไหมเมื่อคำพูดหลุดจากปากของนางสาวผมแดง นายดูดี มิดูดายซึ่งกำลังกระหายพยักหน้าเห็นด้วยแทบจะทันที

                ประตูทางเข้าเป็นลักษณะบิด อาคารแบบเก่าประเภทที่หนึ่ง

                ภายในร้านมีลูกค้าไม่มากนัก เพียงหนุ่มสาวคู่หนึ่งในมุมลับสายตาคนกับนักเรียนมัธยมกล